ได้รับเชิญเป็นอาจารย์ที่ Nation University

รูปผมอยู่มุมขวาบนสุดครับ

จะตั้งใจสอนให้มีประสิทธิภาพที่สุดครับ

ได้สอน Digital Mini MBA ของ Nation University มาสองครั้งแล้ว แต่ครั้งนี้ จะเป็นหลักสูตรปริญญาจริง ที่มีทั้งตรีและโท เนื้อหาก็ต้องเข้มข้นขึ้นตามลำดับ

ที่ผ่านมา ประทับใจในคุณภาพของ Digital Mini MBA เพราะล้วนเป็นนักเรียนที่มีคุณภาพ มีความกระตือรือร้น และสามารถถามและตอบคำถามได้ตรงประเด็น

และก็เป็นเรื่องมหัศจรรย์ ที่ผู้บริหารระดับสูงสุดของเครือ Nation ได้ทุ่มเทให้กับโครงการนี้อย่างดีที่สุดครับ ซึ่งเครือ Nation ได้ตั้งเป้าว่า Nation University จะเป็น 20% ของเครือเลยครับ

หวังว่าจะสร้างหลักสูตรที่น่าสนใจ และตรงต่อความต้องการของตลาด ในปัจจุบัน และ อนาคต ออกมาอีกครับ

ถ่ายรูปคู่กับ คุณสุทธิชัย หยุ่น

เป็นตัวแทนบริษัทในงานแถลงข่าวร่วมกับ Nation University ตามข่าว คมชัดลึก และ The Nation

รู้สึกเป็นเกียรติ และตื่นเต้นที่ได้รับเชิญเป็นอาจารย์สอนที่นี้ครับ

Nation University หรือ มหาวิทยาลัยเนชั่น จะเน้นความแตกต่าง โดยผลิตบัณฑิตที่สามารถทำงานได้จริง เพราะจะเริ่มต้นมีการฝึกงานในสถานการณ์จริง ตั้งแต่ปีหนึ่ง ทำให้เด็กได้ค้นพบตัวเอง และปรับตัวเข้ากับความพร้อมของตลาดได้ ตั้งแต่เริ่มต้นการศึกษา

นอกจากนี้ ยังจะมุ่งเน้นการเตรียมความพร้อม เข้ากับ AEC และ Social Media ที่กำลังเริ่มเป็นสื่อที่ทรงอิทธิพลในปัจจุบัน

เชื่อว่า Nation University จะต้องประสบความสำเร็จอย่างแน่นอนครับ

เป้าหมายประเทศไทย: ศูนย์กลาง AEC

ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) กำลังจะถือกำเนิดขึ้นในอีก 3 ปีข้างหน้า (2015) ซึ่งจะเป็นการรวมตลาดและฐานการผลิตเป็นหนึ่งเดียว ของประเทศสมาชิกอาเซียน เพื่อเพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจและพัฒนาความสามารถทางการแข่งขัน ให้อาเซียนกลายเป็นภูมิภาคที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจของโลก

ตลอดเวลา 51 ปีในการก่อตั้งอาเซียน แม้จะประสบปัญหาทางเศรษฐกิจและการเมืองมามากเพียงใด ประเทศไทยยังคงมีขนาดของเศรษฐกิจเป็นอันดับต้นของอาเซียน ซึ่งเป็นรองเพียงอินโดนีเซีย นอกจากนี้ ไทย ยังคงมีข้อได้เปรียบที่สำคัญ คือ เป็นศูนย์กลางทางภูมิศาสตร์ของภูมิภาคอีกด้วย

หลายเดือนที่ผ่านมา ธุรกิจขนาดยักษ์ จากเกือบทุกวงการของประเทศ ต้องมีแผน AEC ในการแถลงการณ์กลยุทธ์และวิสัยทัศน์ขององค์กร ซึ่งมีทั้งข้อเด่นและข้อด้อยที่แตกต่างกัน ตามประเภทของธุรกิจ และพันธกรณีต่างๆ ระหว่างประเทศ ทั้งนี้ บางกลุ่มธุรกิจของประเทศ มีความแข็งแกร่ง และสามารถตักตวงประโยชน์จากการรวมตลาดและฐานการผลิตของ AEC และตั้งตัวเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคได้ ซึ่งเป็นประเด็นที่มีการวิพากษ์ ในเวทีต่างๆ อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี ธุรกิจ Social Media ของไทย เกือบจะไม่มีบทบาทเลย เมื่อวิเคราะห์การเข้าสู่ AEC ของไทย

Social Media เป็นธุรกิจไร้พรมแดน สามารถให้บริการข้ามประเทศได้ ผ่านการเชื่อมต่อของอินเทอร์เน็ต โดยมิต้องลงทุนในประเทศ ตั้งสำนักงาน จ้างบุคลากร หรือกระทั่งส่งสินค้าผ่านศุลกากร มาตรการมาตรฐาน ที่ใช้ปกป้องอุตสาหกรรมทารก (Infant Industry) ที่ยังขาด Economy of Scale ในการแข่งขันกับประเทศที่พัฒนาแล้ว จึงมิสามารถใช้เพื่อพัฒนาธุรกิจ Social Media ของไทยได้ เว้นแต่เวียดนาม ไม่มีประเทศใดในอาเซียน ที่มีธุรกิจ Social Media เป็นของตัวเอง และมีระบบนิเวศน์ (Ecosystem) ที่สามารถพัฒนาไปเป็น Silicon Valley ได้

การเชิญ Google และ Facebook เปิด Office ในเวียดนามและเจตนาแอบแฝง

"Facebook ซื้อ Instagram 1 พันล้านดอลลาร์" เป็นข่าวใหญ่ ที่สะเทือนวงการของ Social Media เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา หากไม่นับกระแสนิยมท้องถิ่น "เรื่องนี้ถึงครูอังคณาแน่" ที่โด่งดังในช่วงเวลาเดียวกัน ท่ามกลางกระแสข่าวของ Instagram หนึ่งคำถามที่ตามมา คือ การก้าวเดินต่อของ Google เพราะในเวลานี้ Facebook และ Google กำลังช่วงชิงความเป็นหนึ่งในธุรกิจ Social Media และทั้งสองต่างมีระบบนิเวศน์ของธุรกิจที่เกือบจะลอกเลียนแบบกัน

ในภาคพื้นอาเซียน ได้เกิดอีกข่าวคราวหนึ่ง ที่อาจเป็นกรณีศึกษา สำหรับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งต้องรวมถึงไทย นั่นคือ การที่เวียดนามได้เชื้อเชิญให้ Google และ Facebook มาเปิด Office ในประเทศ โดยผิวเผินนั้น อาจแลดูเหมือนเป็นการเสริมการลงทุน เพื่อพัฒนาการของอุตสาหกรรมโซเชียล มีเดีย ในเวียดนาม เมื่อถึงเวลาที่เวียดนามได้พัฒนา Silicon Valley ในรูปแบบของตัวเอง

เวียดนามมีพัฒนาการทาง ICT ที่สูงกว่าประเทศไทย โดยได้เริ่มให้บริการ 3G ตั้งแต่ 2009 และดิจิทัลทีวี ตั้งแต่ 2010 ปัจจุบัน มีการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตที่ 34% ของประชากร และยังมี Social Network ของตัวเอง คือ Zing Me ที่มีผู้ใช้งานมากกว่า Facebook และยังมีระบบนิเวศน์ของตัวเองอีกด้วย เช่นมี Zing Farm ซึ่งเป็น Social Game ในรูปแบบที่คล้าย Farmville

กรณีของเวียดนาม สอดคล้องกับประเทศอื่นๆ ในภาคพื้นเอเชีย เช่น จีน ญี่ปุ่น เกาหลี ฯลฯ ซึ่งต่างมี Social Network ของตัวเอง ที่มีความแข็งแกร่ง และในบางประเทศ ยังมี Search Engine ที่เป็นของตัวเองอีกด้วย และมีความแข็งแกร่งที่ไม่แพ้ Google

อย่างไรก็ดีสาระสำคัญของการเชื้อเชิญ Google และ Facebook มาเปิด Office ในเวียดนาม กลับมีเหตุผลทางการปกครอง นั่นคือ ธุรกิจออนไลน์ที่ให้บริการต่อประชาชนเวียดนามเป็นจำนวนมาก จะต้องมาเปิด Office ในเวียดนาม เพื่อประสิทธิภาพในการกำกับดูแล และบังคับใช้กฎหมายของรัฐบาลเวียดนาม ซึ่งกฎเกณฑ์ข้อนี้ Ministry of Information and Communication ของเวียดนาม กำลังจะประกาศเป็นกฎหมายใช้บังคับ

การกำกับดูแลเนื้อหาในยุคดิจิทัล

สัปดาห์ที่ผ่านมา คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้จัดสัมมนาเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เรื่อง การส่งเสริมการรวมกลุ่มระหว่าง กสทช. กับผู้ประกอบการด้านกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ โดยมี ผศ.ดร.ธวัชชัย จิตรภาษ์นันท์ และ สุภิญญา กลางณรงค์ กสทช. เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญ

ปัจจุบันเป็นจุดเปลี่ยนผ่านสำหรับการประกอบกิจการด้านสื่อ ที่กำลังเพิ่มความสลับซับซ้อนจากการเข้าสู่ยุคดิจิทัล โดยมีรูปแบบที่รวมถึง New Media เช่น Social Media, IPTV, Smartphone, Tablet ฯลฯ และกระทั่ง Traditional Media เช่น Digital TV, Digital Radio, Mobile TV ฯลฯ ซึ่งกำลังจะมีการจัดสรรเป็นโทรทัศน์และวิทยุกว่า 100 ช่อง ผลสำคัญคือการปฏิรูปสื่อครั้งมโหฬาร ที่จะเปิดโอกาสให้บุคคลทั่วไปสามารถประกอบกิจการสื่อได้ ตั้งแต่ในรูปแบบของ Social Media ขนาดเล็ก จนกระทั่งเป็นผู้ประกอบการสถานี Digital TV

ความสลับซับซ้อนของสื่อในยุคดิจิทัล ย่อมต้องอาศัยการกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพ ความพยายามของ กสทช. คือ การส่งเสริมการรวมกลุ่ม ของผู้ประกอบการ ให้เกิดการกำกับดูแลกันเอง (Self Regulation) ตามมาตรา 39 ของ พ.ร.บ. การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ 2551 ทั้งนี้ อาศัยรูปแบบของ สมาคม สมาพันธ์ และสภาวิชาชีพ ต่างๆ ที่จัดทำ และบังคับใช้ มาตรฐานทางจริยธรรม ในการประกอบอาชีพหรือกิจการของสมาชิก จึงเป็นการแบ่งเบาภาระของเจ้าหน้าที่รัฐจากการกำกับดูแลเนื้อหา ที่นับวันจะเพิ่มความหลากหลายและสลับซับซ้อน ประสิทธิภาพสูงสุด จาก Self Regulation ย่อมส่งผลจากการร่วมกำกับดูแลของเพื่อนสมาชิก ที่ประกอบอาชีพหรือกิจการประเภทเดียวกัน โดยอาจมีความเข้าใจในปัญหา อุปสรรค และมาตรฐานที่ถูกต้องของการประกอบการ มากกว่าเจ้าหน้าที่รัฐ ที่อยู่ในฐานะ Regulator แต่เพียงอย่างเดียว

ผลงานที่น่าสนใจ