โดย ดร. อธิป อัศวานันท์, บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
เพื่อตีพิมพ์ลง หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ 1 มิถุนายน 2553
ในสังคมมนุษย์สงครามสื่อเป็นยุทธวิธีเพื่อให้ได้ชัยชนะโดยลดการสูญเสีย หรือพลิกสถานการณ์จากเสมอเป็นชนะ หรือแพ้เป็นเสมอ ปัจจุบันเป็นยุค Long Tail ด้วยเทคโนโลยี Internet มีสื่อน้อยใหญ่ผุดขึ้นทุกหนแห่ง การควบคุมสื่อไม่ง่ายเหมือนอดีต ถึงบุกยึดสถานีโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ และวิทยุก็ไม่สามารถควบคุมสื่อทั้งประเทศได้ ด้วยแนวโน้มสากลสื่อยักษ์ใหญ่แห่งอดีตล้วนหมดอิทธิพลดั่งตะวันชิงพลบ สื่อ Long Tail เป็นทั้งปัจจุบันและอนาคต ทำสงครามสื่อในยุค Internet ต้องเข้าใจกลยุทธ์และชั้นเชิงของสื่อออนไลน์
Internet เกิดขึ้น 50 ปีก่อนในนาม ARPANET เป็นเทคโนโลยีทางทหารที่ถูกทำลายไม่ได้จนกว่าอุปกรณ์ชิ้นสุดท้ายจะหยุดทำงาน ปรัชญาคือการกระจายระบบควบคุมไม่ให้มีจุดอ่อนหรือจุดตายไม่กี่จุดที่ทำลายได้ทั้งระบบ ผ่านมา 5 ทศวรรษได้ถูกต่อยอดเป็นการเผยแพร่ข่าวสารข้อมูลแบบ Social Media ปัจจุบันมีผู้ใช้ 2,000 ล้านคน ทุกคนเป็นสื่อได้หมด ถึงจะเหลือผู้ใช้คนสุดท้ายการเผยแพร่ข้อมูลก็ไม่หมดไป สื่อ 2,000 ล้านคนควบคุมยากกว่าสื่อโบราณที่มีเพียงหลักร้อย ควบคุม Internet โดยบริบูรณ์ต้องควบคุมผู้ใช้ 2,000 ล้านคน
สิ่งที่มนุษย์สร้างย่อมถูกทำลายได้โดยมนุษย์หากใช้กลยุทธ์และจิตวิทยามวลชน ตามหลัก Power Law ถึงมีเว็บเพจบน Internet นับแสนล้านหน้า วีดีโอบน Youtube นับพันล้านคลิป ผู้ใช้บน Twitter นับร้อยล้านคน เพียงแค่เศษเสี้ยวของเว็บเพจ วีดีโอ หรือผู้ใช้เหล่านั้น จะมีผู้อ่าน ผู้ชม หรือผู้ติดตามเป็นส่วนมากของทั้งหมด เปรียบเสมือนตัวอย่างที่ใกล้ตัว จังหวัดไม่กี่จังหวัดมีประชากรเป็นส่วนมากของประเทศ และประชากร 1% มีทรัพย์สินเป็นส่วนมากโลก กลยุทธ์ที่สำคัญคือการเข้าใจ Assymetry หรือความอสมมาตรของมวลมนุษย์ เว็บเพจ วีดีโอ หรือผู้ใช้ Twitter ส่วนมากไม่มีความหมายเลย เช่นเดียวกับจังหวัดส่วนมากที่มีประชากรน้อย หรือประชากรส่วนมากที่ยากจน ในอีกตัวอย่าง หากเรามอง เว็บ 2.0 Social Media หรือเว็บบอร์ดทั่วๆไป ถึงจะมีผู้ชมนับแสนหรือล้านต่อวัน เราอาจโชคดีหากได้เห็น 5% เขียนบทวิจารณ์กระทู้ หรือ 0.25% นำเสนอกระทู้ใหม่
ในหลักประชาธิปไตยประชาชนทุกคนมีเสียงเท่ากัน แต่บน Internet แล้วความอสมมาตรใหญ่หลวงนัก ผู้ใช้หยิบมือเดียวมีคุณค่าทางอิิทธิพล และเป็นแกนนำด้านข่าวสารข้อมูล
จากเว็บเพจนับล้านหน้า วีดีโอนับล้านคลิป ผู้ใช้นับล้านคน การปิดกันสื่อทำได้โดยควบคุมเพียงเศษเสี้ยวของทั้งหมด จริงอยู่สิ่งที่ไม่ได้ควบคุมสามารถสร้างความเสียหายต่อไปได้ แต่น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ เพราะไฟที่แผดเผาโดยแกนนำหนึ่งคนมีอำนาจเหนือละอองน้ำที่ระเหยจากคนอื่นๆนับร้อยนับพันเท่า ชัยชนะในสงครามสื่อไม่จำเป็นต้องปิดกั้นโดยบริบูรณ์ซึ่งเป็นไปได้ยาก แต่การเข้าควบคุมศูนย์กลางอิทธิพลเพียงเศษเสี้ยวกลับสามารถควบคุมสื่อได้เกือบทั้งหมด
ถึงปรัชญาของ Internet คือการกระจายระบบควบคุม แต่เป็นพฤติกรรมและจิตวิทยามวลชนของมนุษย์ที่รวบรวมอิทธิพลประจวบเป็นจุดอ่อนหรือจุดตายไม่กี่จุด ที่สามารถควบคุม ปิดกั้น หรือทำลายได้ทั้งระบบ