น้ำบ่อน้อย รายได้ของธุรกิจเว็บไทย

โดย ดร. อธิป อัศวานันท์, บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

เพื่อตีพิมพ์ลง หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ 27 เมษายน 2553

เคยสงสัยไหมว่าทำไมธุรกิจเว็บไทย ถึงไม่หวือหวาเหมือนในต่างประเทศ สำหรับธุรกิจเว็บแล้ว รายได้หลักคงหนีไม่พ้นโฆษณาออนไลน์ ซึ่งในประเทศที่พัฒนาแล้ว ล้วนได้อานิสงค์จากแนวโน้มของตลาด ซึ่งมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง  ในสหรัฐ มีการเข้าถึงอินเตอร์เน็ต 90.1% และสัดส่วนโฆษณาออนไลน์ จะสูงถึง 15.2% ในปี 2013 และมีความเห็นพ้องกันว่า สื่อพื้นฐานอย่างโทรทัศน์ไม่ตรงกลุ่มเป้าหมายหลักอีกต่อไปแล้ว เพราะ Median อายุสูงถึง 50 ปี และจะลดความสำคัญลงเรื่อยๆ  ในขณะเดียวกัน ประเทศอังกฤษมีการเข้าถึงอินเตอร์เน็ต 76.4% แต่โฆษณาออนไลน์นั้นสูงถึง 23.5%  เมื่อต้นปี 2009 โฆษณาออนไลน์ในอังกฤษมีรายได้สูงกว่าโทรทัศน์ และกลายเป็นสื่อที่มีรายได้โฆษณาสูงสุด

จึงไม่ใช่เรื่องแปลก ที่ในประเทศที่พัฒนาแล้ว มีการลงทุนและพัฒนาธุรกิจเว็บอย่างต่อเนื่อง จนเกิดเป็นธุรกิจยักษ์ใหญ่ข้ามชาติ ที่มีอิทธิพลทางความคิดและการเมืองของประชากรในประเทศอื่น เช่นตัวอย่างของ Google, Facebook และ Twitter

ในประเทศไทยมีการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตเพียง 24.4% ซึ่งต่ำมาก เมื่อเทียบกับประเทศที่ GDP ใกล้เคียงกัน  มาเลเซีย และสิงค์โปร์มีการเข้าถึงที่ 65.7% และ 72.4%  ในขณะเดียวกันสัดส่วนโฆษณาออนไลน์ของไทย มีอยู่ไม่ถึง 2% ซึ่งต่ำกว่าประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างเห็นได้ชัด  ทั้งนี้จากธุรกิจโฆษณารวมทุกสื่อ​ ซึ่งมีมูลค่ากว่าแสนล้านบาทต่อปี และเกือบครึ่งหนึ่งของจำนวนนี้เป็นการโฆษณาบนโทรทัศน์ มีอยู่เพียง 2 พันล้านบาทที่หมุนเวียนอยู่ในธุรกิจเว็บไทย  ในจำนวนนี้ก็มิใช่น้อยที่ถูกแบ่งไปโดยธุรกิจข้ามชาติเช่น Google, MSN หรือ Facebook  จึงมีเงินไม่กี่ร้อยล้านบาท ที่เลี้ยงดูธุรกิจออนไลน์สัญชาติไทยหลายร้อยเว็บไซต์  ลองเปรียบเทียบดู Google บริษัทเดียวมีรายได้โฆษณาออนไลน์ 7 แสนล้านบาทต่อปี

ในอีกตัวอย่าง อัตราโฆษณาออนไลน์ของ Advertising Network เช่น Google Adsense ในประเทศไทย มีค่าเฉลี่ย 0.2 สตางค์ต่อการเข้าชมหนึ่งหน้า หรือหากเว็บไซต์มีการเข้าชม 1 พันหน้า ก็จะมีรายได้ 2 บาทต่อวัน ในขณะที่ในสหรัฐจะมีอัตราที่สูงกว่านี้เกือบร้อยเท่า  จึงเป็นเรื่องธรรมดา ที่ชาวอเมริกันสามารถหาเลี้ยงชีพได้ โดยการเขียนบล็อกเป็นรายได้หลัก และที่ธุรกิจออนไลน์อยู่ในทำเนียบบริษัทที่มีรายได้สูงสุดในสหรัฐ

อย่างไรก็ดี ในประเทศไทย มีความพยายามที่จะเพิ่ม Awareness และ Educate ตลาดในความสำคัญของโฆษณาออนไลน์ โดยมี Web Wednesday เป็นตัวอย่างสำคัญ  ทั้งนี้และทั้งนั้น อุปสรรคที่สำคัญคงเป็นการเข้าถึงอินเตอร์เน็ต โดยมีคนไทยอีก 73.6% ที่ไม่สามารถเข้าถึงอินเตอร์เน็ตได้ ซึ่งเป็นปัญหาของ Digital Divide และไม่สามารถแก้ไขได้ในเวลาอันสั้น  ทั้งนี้อาจทำให้สื่อพื้นฐาน ซึ่งเข้าถึงประชากรได้เกือบทั้งประเทศ กลับทวีความแข่งแกร่ง และสวนกระแสตลาดโลก เพราะในมุมมองของผู้โฆษณาแล้ว เงินทั้งหมดมาจากเค๊กก้อนเดียวกัน และต้องลงในสื่อที่มีประสิทธิภาพสูงสุด

May 8, 2010Blogs, Homepage, featured, news