<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>DrJoke.com</title>
	<atom:link href="http://drjoke.com/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://drjoke.com</link>
	<description>Just another WordPress weblog</description>
	<lastBuildDate>Thu, 19 Aug 2010 17:27:39 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0</generator>
		<item>
		<title>เปิดเสรีโทรคมนาคม เดิมพันความมั่นคงของชาติ</title>
		<link>http://drjoke.com/%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%82%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%a1</link>
		<comments>http://drjoke.com/%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%82%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%a1#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 19 Aug 2010 17:27:26 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Blogs]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[news]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://drjoke.com/?p=524</guid>
		<description><![CDATA[<p>โดย ดร. อธิป อัศวานันท์, บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)</p>
<p>เพื่อตีพิมพ์ลง หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ 17 สิงหาคม 2553</p>
<p></p>
<p>เป็นมหกรรมระดับชาติ ประเทศไทยประกาศปิดเว็บไซต์ไปแล้วเกือบ 50,000 แห่ง จากการกระทำที่ผิดต่อกฎหมายของประเทศ แต่แท้ที่จริงแล้ว เป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ เพราะการจับกุมผู้กระทำผิดมิอาจทำได้จริง ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>โดย ดร. อธิป อัศวานันท์, บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)</strong></p>
<p><strong>เพื่อตีพิมพ์ลง หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ 17 สิงหาคม 2553</strong></p>
<p><span id="more-524"></span></p>
<p>เป็นมหกรรมระดับชาติ ประเทศไทยประกาศปิดเว็บไซต์ไปแล้วเกือบ 50,000 แห่ง จากการกระทำที่ผิดต่อกฎหมายของประเทศ แต่แท้ที่จริงแล้ว เป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ เพราะการจับกุมผู้กระทำผิดมิอาจทำได้จริง อินเทอร์เน็ตเป็นสื่อโลกาภิวัตน์ ผู้เผยแพร่ข้อมูลสามารถมาจากทุกหนแห่ง การบังคับใช้กฎหมายมิอาจครอบคลุมได้ทุกท้องที่ในโลก ผู้กระทำผิดสามารถลอยนวลและกระทำผิดกฎหมายจากนอกราชอาณาจักรไทย อย่างที่เจ้าหน้าที่ไม่มีทางที่จะสาวถึงต้นตอ ในยุคนี้ประเทศไทยเปรียบเสมือนเป็นเป้านิ่ง ที่ถูกจู่โจมอย่างไร้ทางตอบโต้ ผ่านระบบโทรคมนาคม ซึ่งเผยแพร่ได้ทั้ง ตัวหนังสือ เสียง ภาพ และวีดิโอ</p>
<p>ในยุคของ Social Media ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตสามารถเผยแพร่ข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว สะดวกสบาย และอาจไม่รู้ตัว ทุกข้อความที่ Share บน Facebook ที่ Tweet บน Twitter หรือทุกบทวิจารณ์ที่เขียนไว้ในเว็บบอร์ดต่างๆ ล้วนเป็นการแพร่ข้อมูลทั้งสิ้น เว็บไซต์ 50,000 แห่งที่ถูกปิดไปอาจดูเหมือนมาก แต่ความจริงแล้วเป็นส่วนน้อย เมื่อเทียบสัดส่วนกับข้อมูลที่ถูกแพร่ผ่านอินเทอร์เน็ตในแต่ละวัน การต่อสู้ของภาครัฐจึงไม่ต่างกับการเข็นครกขึ้นภูเขา หากอำนาจในทางปฏิบัติมิอาจเข้าถึงจริง ผู้กระทำผิดย่อมสามารถจงใจกระทำต่อไปได้ และเพิ่มมากขึ้นทุกวัน ด้วยจำนวนสมัครพรรคพวก และเทคโนโลยีที่เพิ่มความรวดเร็วยิ่งขึ้น</p>
<p>ประเทศไทยไม่มีบริการหลักบนอินเทอร์เน็ตเป็นของตัวเอง Google, Facebook, Twitter, Youtube ฯลฯ ล้วนเป็นของต่างชาติทั้งสิ้น ที่อาจไม่มีตัวตนอยู่ในประเทศ และอยู่ภายใต้กฎหมายไทย โดยมี พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ 2550 กำกับดูแล หากผู้กระทำผิดโพสต์ข้อความอยู่บน Facebook ก็เป็นเรื่องราวระหว่างประเทศที่จะติดตามขอความร่วมมือในการสืบสวนพยานหลักฐาน</p>
<p>อย่างเช่นประวัติการใช้งาน IP Address และข้อมูลส่วนตัวอื่นๆ ซึ่งผู้ให้บริการต่างชาติย่อมมีสิทธิจะปฏิเสธ หากนโยบายและกฎหมายระหว่างประเทศ มีข้อกำหนดที่ไม่ตรงกัน ผู้ให้บริการต่างชาติที่กล่าวมาแล้ว ล้วนมีอิทธิพลต่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทยเป็นอย่างมาก หากเกิดข้อพิพาทจนเป็นกรณีถอนตัวจากประเทศ อย่างเช่นที่เคยเกิดในประเทศจีนแล้ว ย่อมมีผลกระทบอย่างชัดเจน เพราะประเทศไทยไม่มีบริการของตัวเองมาแทนที่</p>
<p>เมื่อโยงไปถึงบริการโทรคมนาคม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเช่น 3G ปัญหาที่กล่าวมาแล้วย่อมมีผลกระทบไร้วงจำกัด เพราะ 3G จะเป็นการขยายฐานผู้ใช้อินเทอร์เน็ตอีกหลายเท่าตัวจากในปัจจุบัน และเป็นการเข้าถึงโดยไร้พื้นที่จำกัด อย่างไรก็ดี เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ เมื่อศึกษาการให้บริการโทรคมนาคมของมหาอำนาจอย่างอเมริกา จะเห็นได้ว่าธุรกิจมือถือวิทยุและโทรทัศน์ ยังคงเฝ้าระวังกำจัดสิทธิของการให้บริการของบริษัทต่างชาติ และให้ความสำคัญกับอำนาจการบริหารความมั่นคงของชาติเป็นหลัก โดยรัฐบาลสหรัฐ ได้คำนึงว่าบริการข่าวสารข้อมูลผ่านระบบโทรคมนาคมมีผลต่อความมั่นคงของชาติโดยตรง นอกจากนี้ ประเทศอื่นๆ เช่น แคนาดา เกาหลีใต้ อินเดีย ฯลฯ ล้วนมีข้อจำกัดในการเปิดเสรีโทรคมนาคมโดยต่างชาติด้วยเหตุผลที่คล้ายคลึงกัน</p>
<p>ในขณะที่สื่อโลกาภิวัตน์ เช่นอินเทอร์เน็ต กำลังท้าทายกับอำนาจในการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดผ่านระบบโทรคมนาคม และในขณะที่ประเทศไทยยังไม่มีความพร้อมทางนโยบายระดับประเทศ ในการหาสิ่งทดแทน หรือสร้างมาตรการในการรองรับ เราพร้อมจะก้าวเดินต่อไปด้วยการเดิมพันกับความมั่นคงของชาติหรือ เพราะเหตุใดจึงไม่ศึกษาตัวอย่าง Best Practice ของมหาอำนาจเช่นสหรัฐ  ก่อนจะส่งมอบปราการด่านสุดท้ายที่จะรักษาความมั่นคงของชาติผ่านระบบโทรคมนาคมเอาไว้ เพราะอย่างไรในปัจจุบันยังระบุให้เป็นของคนไทยอยู่</p>
<p>ปัญหาที่ได้เกิดขึ้นแล้วในโลกของอินเทอร์เน็ต ย่อมจะเกิดขึ้นกับโทรคมนาคมอย่างแน่นอน เพราะทั้งสองบริการได้ประจวบรวมกันจนเกือบแยกจากกันไม่ได้แล้ว หากแต่ความพร้อมในการกำกับดูแลสื่ออินเทอร์เน็ตยังไม่สมบูรณ์แบบ ภาครัฐควรศึกษาผลกระทบและนโยบายรองรับ ก่อนที่จะเดินหน้าต่อไป</p>
<p>หากประเทศที่มีความเจริญก้าวหน้าและเป็นต้นแบบทางเทคโนโลยีอย่างสหรัฐ ยังไม่มั่นใจที่จะเปิดเสรีโทรคมนาคม เพราะอะไรประเทศไทยถึงต้องเสนอตัวเป็นหนูทดลองก่อน</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://drjoke.com/%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%82%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%a1/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ประโยชน์ของ 3G สำหรับคนไทยทั้งประเทศ</title>
		<link>http://drjoke.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87-3g</link>
		<comments>http://drjoke.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87-3g#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 19 Aug 2010 17:20:39 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Blogs]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[news]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://drjoke.com/?p=517</guid>
		<description><![CDATA[<p>โดย ดร. อธิป อัศวานันท์, บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)</p>
<p>เพื่อตีพิมพ์ลง หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ 3 สิงหาคม 2553</p>
<p></p>
<p>ในที่สุดประกาศ 3G ก็ได้ตีพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษาอย่างเสร็จสมบูรณ์ ต่อจากนี้ไปพวกเราคนไทยควรเริ่มให้ความสำคัญ และตั้งข้อสังเกตในการดำเนินงานของภาครัฐ เอกชน และสังคม เพื่อให้ประเทศไทยได้ประโยชน์สูงสุดจากสิ่งที่เราได้ล้าหลังมานาน ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>โดย ดร. อธิป อัศวานันท์, บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)</strong></p>
<p><strong>เพื่อตีพิมพ์ลง หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ 3 สิงหาคม 2553</strong></p>
<p><span id="more-517"></span></p>
<p>ในที่สุดประกาศ 3G ก็ได้ตีพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษาอย่างเสร็จสมบูรณ์ ต่อจากนี้ไปพวกเราคนไทยควรเริ่มให้ความสำคัญ และตั้งข้อสังเกตในการดำเนินงานของภาครัฐ เอกชน และสังคม เพื่อให้ประเทศไทยได้ประโยชน์สูงสุดจากสิ่งที่เราได้ล้าหลังมานาน จนต้องมาเสียความสามารถในการแข่งขัน และโอกาสของความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ สังคม การศึกษา ที่สามารถวัดได้ในอัตราของ GDP ต้องเข้าใจว่า 3G ของไทยไม่ได้เริ่มต้นพร้อมกับประเทศอื่น จึงช้าไม่ได้แล้วที่ผู้มีอำนาจในสังคมจะต้องตัดสินใจวางนโยบายแห่งชาติเพื่อทดแทน 10 ปีที่สูญเสียไปในห้วงสุญญากาศของความไม่แน่นอน</p>
<p>สิ่งที่ พอ.ดร.นที ศุกลรัตน์ ได้ระบุในเงื่อนไขของ 3G หรือกระทั่งแนวคิดการแปรสัมปทานของ รมว.คลัง กรณ์ จาติกวณิช เป็นการกำหนดนโยบายและกำกับดูแลในฝั่งของผู้ประกอบการ (Supply) คงไม่มีใครเถียงว่าแนวคิดของทั้งสองท่านถือเอาประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง และได้ทำทุกอย่างเพื่อให้ประเทศไทยสามารถก้าวเดินต่อไปให้ทัดเทียมนานาอารยประเทศ</p>
<p>แต่สิ่งที่มักไม่มีใครพูดถึงคือ การนำ 3G ไปใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชนอย่างแท้จริง (Demand) ความจริงแล้วแนวคิดนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ Prof. Craig Warren Smith อดีตศาสตราจารย์จาก Harvard University, Kenedy School of Government ได้เคยศึกษากรณีนี้โดยละเอียดใน Report ของ Meaningful Broadband ซึ่งได้ชี้แจงการนำไปสู่ความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ สังคม การศึกษา ของประเทศไทย ด้วยการนำ 3G มาใช้ให้เกิดประโยชน์</p>
<p>3G เป็นเรื่องของ Data หรือการเข้าถึง Internet ความเร็วสูง (Broadband) ประโยชน์จาก 3G หามิใช่การสนทนาด้วยเสียง แต่เป็นบริการด้าน Content และ Application ผ่าน Internet ความเร็วสูง ที่สามารถพัฒนาชีวิตและความเป็นอยู่ของคนเป็นจำนวนมาก ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศไม่ได้มีรายได้สูง ดังที่เป็นปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคมในปัจจุบัน ประชาชนส่วนใหญ่ไม่เคยเข้าถึง Internet ไม่เคยมีคอมพิวเตอร์ บริการสำหรับคนในเมืองที่มีฐานะดีอาจไม่เป็นประโยชน์สำหรับคนส่วนใหญ่ของประเทศไทย</p>
<p>ประเทศไทยจัดอยู่ในกลุ่ม Middle Income ตามมาตรฐานของ World Bank หรือในมุมมองของผู้นำด้าน Smartphone และ Tablet PC บางราย (ที่ฮอตมากๆ ในตอนนี้) ประเทศไทยจัดอยู่ใน Tier 2 แต่เร็วๆ นี้เคยตกไป Tier 3 เพราะสถานการณ์บางอย่าง อย่างไรก็ดีรสนิยมของคนในเมืองกลับเหมือนประเทศ Tier 1 เพราะเหตุนี้ผู้มีอำนาจตัดสินใจ ซึ่งอาจอยู่ในกลุ่มที่มีฐานะดี จึงอาจไม่เห็นความต้องการเทคโนโลยีของคนส่วนใหญ่ และประโยชน์เกิดขึ้นได้กับคนเหล่านั้น</p>
<p>สิ่งที่ต้องเข้าใจคือประชาชนส่วนใหญ่อาจไม่มีกำลังซื้อ Smart Phone เช่น iPhone หรือ BlackBerry ที่กำลังใช้กันเกลื่อนเมือง ในขณะเดียวกัน Social Media อย่าง Facebook, Twitter หรือ Youtube อาจไม่เป็นประโยชน์กับคนส่วนมากเลย คนเหล่านี้อาจมีฐานะไม่ดี ต้องต่อสู้เพื่อหาเช้ากินค่ำ โอกาสสำคัญที่สุดของ 3G คือบริการที่สามารถพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนเหล่านี้ การใช้งาน 3G ให้เกิดประโยชน์ จึงสมควรถูกผนวกเป็นนโยบายหลักของทุกหน่วยงานและองค์กรที่มีความมุ่งหวังในการพัฒนาประเทศ โจทย์ที่สำคัญที่สุดคือการคิดค้นบริการด้าน Content และ Application ที่สามารถสร้างประโยชน์ได้ ซึ่งอาจไม่ได้เป็นการลอกเลียนแนวทางการใช้งาน 3G ของประเทศที่พัฒนาแล้ว แต่เป็นการศึกษาแนวทางจากประเทศที่มีปัญหาใกล้เคียงกับประเทศไทย โดยมีหลายตัวอย่างของประเทศเพื่อนบ้านที่ประสบความสำเร็จจนได้รางวัลระดับโลก</p>
<p>กทช.ได้กำหนดนโยบายให้ครอบคลุม 80% ของประชากรใน 4 ปี ซึ่งเป็นโจทย์บังคับผู้ประกอบการ (Supply) ประโยชน์สูงสุดจะเกิดจากการขยายตัวของการเข้าถึง Broadband จาก 10% สู่ 80% ซึ่งเป็น 8 เท่า หรือ 54 ล้านคน แต่การดำเนินงานให้ได้ประโยชน์กลับเป็นโจทย์ของภาครัฐ เอกชน และสังคม เพื่อร่วมกำหนดแนวทางที่คำนึงถึงประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับอย่างแท้จริง (Demand) โดยผู้ที่จะได้รับประโยชน์สูงสุด คือผู้ที่ไม่เคยเข้าถึง Internet มาก่อน และเป็นประชากรส่วนใหญ่ของประเทศไทย</p>
<p>และไม่ใช่พวกเราที่กำลังอ่านหนังสือพิมพ์ฉบับนี้อยู่</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://drjoke.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87-3g/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การตลาดบน 3G ต่างชาติหรือไทยได้ประโยชน์</title>
		<link>http://drjoke.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%9a%e0%b8%99-3g</link>
		<comments>http://drjoke.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%9a%e0%b8%99-3g#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 19 Aug 2010 17:15:51 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Blogs]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[news]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://drjoke.com/?p=510</guid>
		<description><![CDATA[<p>โดย ดร. อธิป อัศวานันท์, บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)</p>
<p>เพื่อตีพิมพ์ลง หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ 22 กรกฎาคม 2553</p>
<p></p>
<p>ต้องขอขอบคุณ พอ.ดร.นที ศุกลรัตน์ หัวหน้าทีมงาน 3 G ของคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>โดย ดร. อธิป อัศวานันท์, บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)</strong></p>
<p><strong>เพื่อตีพิมพ์ลง หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ 22 กรกฎาคม 2553</strong></p>
<p><span id="more-510"></span></p>
<p>ต้องขอขอบคุณ พอ.ดร.นที ศุกลรัตน์ หัวหน้าทีมงาน 3 G ของคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) สร้างฝันให้เป็นจริงกับคนทั้งชาติ กดดันจากทุกรอบด้าน เป็นโชคดีของคนไทยที่ได้คนรุ่นใหม่ ที่มีความตั้งใจจริง และมีความรู้ความสามารถมาทำงานที่สำคัญระดับนี้</p>
<p>ในไม่ช้านี้ประเทศไทยอาจมีการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (Broadband) ที่ 80% ของประชากรภายใน 4 ปี จากเดิม 10% ด้วยหลักเกณฑ์ของใบอนุญาต 3 G</p>
<p>แต่ในการตลาดแล้ว ใครจะได้ประโยชน์สูงสุดจาก 3 G </p>
<p>ธุรกิจหลักบน 3 G ไม่ใช่การให้บริการเสียง แต่เป็นบริการด้าน Data ซึ่งนำไปสู่ Application และ Content ผ่าน Internet เช่น Social Media  ปัจจุบันประเทศไทยมีลักษณะจำเพาะ กล่าวคือ ไม่มีผู้ให้บริการ Application และ Content หลักเป็นของตัวเอง จากเว็บไซต์ที่คนไทยเข้ามากที่สุด 10 อันดับแรก ซึ่งวัดโดย Alexa นั้น 9 ใน 10 เป็นของต่างชาติทั้งสิ้น โดยมี 1. Google.co.th 2. Facebook.com 3. Live.com 4. Google.com 5. Youtube.com 6. Sanook.com 7. Hi5.com 8. Yahoo.com 9. Blogger.com 10. Msn.com มีเพียง Sanook.com ของไทยที่ติด 1 ใน 10 </p>
<p>หากแบ่งแยกเป็น Category จะเห็นว่าในกลุ่ม Search Engine Google มีส่วนแบ่งการตลาด 99% ในประเทศไทย หากเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านแล้ว Google มักพ่ายแพ้ Search Engine ท้องถิ่นและมีส่วนแบ่งไม่ถึง 20% แต่ในประเทศไทยความไร้ซึ่งคู่แข่ง ทำให้ Google มีส่วนแบ่งได้ถึง 99% ในกลุ่ม Social Network, Facebook เป็นอันดับหนึ่ง โดยมีผู้ใช้ 4.2 ล้านคนในประเทศไทย ซึ่งทิ้งห่างคู่แข่งโดยสิ้นเชิง ในกลุ่ม Video Youtube ก็เป็นอันดับหนึ่ง โดยปราศจากคู่แข่งเช่นกัน</p>
<p>ที่สำคัญ ผู้ให้บริการ Application และ Content ต่างชาติเหล่านี้ ไม่มีการลงทุนหรือกระทั่งตัวตนที่จับต้องได้ในประเทศไทย และให้บริการในไทยโดยการแปลเมนูคำสั่งเป็นภาษาไทยเท่านั้น ด้วยการกระทำเพียงแค่นี้ ก็สามารถให้บริการในประเทศไทย จนครองตลาดเป็นอันดับหนึ่งได้</p>
<p>จริงอยู่ผู้บริโภคคนไทยอาจได้ประโยชน์ในระดับหนึ่ง จากการให้บริการของต่างชาติ แต่อุตสาหกรรมของไทยกลับไม่ได้ประโยชน์เลย เพราะไม่มีการลงทุนหรือจ้างงานคนไทย ซึ่งนำไปสู่ Technology หรือ Knowledge Transfer ดังนั้น ผู้ให้บริการเหล่านี้ จึงได้ตลาดไทยไปฟรีๆ โดยไม่จำเป็นต้องให้อะไรกลับคืนสู่อุตสาหกรรมเลย</p>
<p>ความได้เปรียบของผู้ให้บริการต่างชาติ คงหนีไม่พ้น Economy of Scale ซึ่งในขณะที่ Google Facebook หรือ Youtube จะลงทุนสร้างบริการให้กับฐานลูกค้า 235 ล้านคน ในสหรัฐก่อนที่จะขยายไปตลาดอื่นๆ ผู้ให้บริการไทยมีฐานลูกค้าไม่ถึง 6 ล้านคน ที่เข้าถึงอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงได้ โดยเป็นตลาดที่เล็กกว่าถึง 40 เท่า และอาจไม่คุ้มค่ากับการลงทุน เมื่อเทียบกับธุรกิจอื่นๆ ในประเทศ ที่ไม่มีข้อจำกัดของการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต และนี่อาจเป็นสาเหตุสำคัญที่การลงทุนด้าน Application และ Content บน Internet เป็นธุรกิจเฉพาะกลุ่ม และจำกัดอยู่ในวงแคบ</p>
<p>ความพยายามของ พอ.ดร.นที ในการครอบคลุม 80% ของประชากรอาจเป็นโอกาสที่ดี ที่จะขยายฐานลูกค้าขึ้นมาเป็น 54 ล้านคน ถึงแม้จะไม่ใหญ่เท่ากับตลาดในสหรัฐ แต่เป็นการขยายตัวถึง 8 เท่า และอาจผลักดันให้ธุรกิจด้าน Application และ Content  กลายมาเป็น Mainstream อย่างที่เป็นแล้วในประเทศเพื่อนบ้าน หรือประเทศที่ GDP ใกล้เคียง อย่างไรก็ดี ประเทศไทยช้ามามากแล้ว จนมีข้อเสียเปรียบด้านเทคโนโลยี การศึกษา และความสามารถทางการแข่งขันอื่นๆ จึงอาจมีแนวโน้มสำคัญที่ 3 G จะเป็นการขยายตลาดให้กับผู้ให้บริการต่างชาติรายเดิม แทนที่จะเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ให้บริการของไทย </p>
<p>ทั้งนี้ คงต้องอาศัยนโยบายของภาครัฐในภายภาคหน้า ที่จะเตรียมพร้อม และเปิดโอกาสให้ตลาดที่จะเกิดขึ้นจาก 3 G เป็นโอกาสของคนไทยให้ได้มากที่สุด และถึงเวลานั้น ประเทศไทย อาจได้มี Search Engine หรือ Social Media เป็นของตัวเองเหมือนประเทศเพื่อนบ้านเสียที</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://drjoke.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%9a%e0%b8%99-3g/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ใบอนุญาต 3G ราคาแพง เป็นการผลักภาระสู่ประชาชน</title>
		<link>http://drjoke.com/%e0%b9%83%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%95-3g-%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%9e%e0%b8%87</link>
		<comments>http://drjoke.com/%e0%b9%83%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%95-3g-%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%9e%e0%b8%87#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 14 Jul 2010 21:24:33 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Blogs]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[news]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://drjoke.com/?p=501</guid>
		<description><![CDATA[<p>โดย ดร. อธิป อัศวานันท์, บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)</p>
<p>เพื่อตีพิมพ์ลง หนังสือพิมพ์สยามธุรกิจ 10-13 กรกฎาคม 2553</p>
<p></p>
<p>>> การเข้าถึงบริการของประชาชน </p>
<p>ต้องขยายโครงข่ายให้ครอบคลุมถึง 80% ของประชากรภายในเวลา 4 ปี ซึ่ง ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>โดย ดร. อธิป อัศวานันท์, บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)</strong></p>
<p><strong>เพื่อตีพิมพ์ลง หนังสือพิมพ์สยามธุรกิจ 10-13 กรกฎาคม 2553</strong></p>
<p><span id="more-501"></span></p>
<p>>> การเข้าถึงบริการของประชาชน </p>
<p>ต้องขยายโครงข่ายให้ครอบคลุมถึง 80% ของประชากรภายในเวลา 4 ปี ซึ่ง เป็นโอกาสสำคัญของประเทศที่ประชาชนส่วนใหญ่จะมีโอกาสเข้าถึงข่าวสาร ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ผ่านเทคโนโลยี 3G เนื่องจากในปัจจุบันนี้ มีเพียง 10% ของประชากรในประเทศที่มีโอกาส ได้ใช้ Internet ความเร็วสูง และเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ประเทศไทยล้าหลังประเทศเพื่อนบ้านที่ก้าวสู่เทคโนโลยี 3G มาร่วมทศวรรษแล้ว ส่งผลให้ไทย ต้องเสียโอกาสในการพัฒนาทางธุรกิจ การศึกษา และสังคม</p>
<p>เทคโนโลยี 3G กำลังจะเป็นสาธารณูปโภคที่สำคัญของชาติ เช่นเดียวกับถนนหนทาง ที่สามารถเบิกความเจริญไปสู่ท้องที่ ใหม่ และมีโอกาสต่อยอดทางนวัตกรรมอีกมากมาย เพราะเป็นแกนหลักของ Technology Convergence</p>
<p>อย่างไรก็ดี เทคโนโลยี 3G จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ และประชาชนจริงๆ ก็ต่อเมื่อสามารถเข้าถึงประชาชนได้ทั่วถึง ในเรื่องนี้นักวิชาการชาวต่างชาติ Prof. Craig Warren Smith อดีตศาสตราจารย์ จาก Harvard University Kennedy School of Government ได้กล่าวไว้ว่า เราต้องพิจารณาให้ลึกลงไปว่าแม้การให้บริการ จะขยายโครงข่ายให้ครอบคลุม 80% ของประชากรในประเทศ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีจำนวนประชากร 80% ของประเทศ ที่จะสามารถใช้ประโยชน์จาก 3G ได้อย่างแท้จริง </p>
<p>ซึ่งด้วยลักษณะเทคโนโลยีของ 3G คือ DATA ความเร็วสูง ดังนั้น หากต้องการ เพียงสนทนาระหว่างกันด้วยเสียง ก็ไม่มีความจำเป็นต้องใช้ 3G และเพื่อให้เป็นประ โยชน์ต่อประชาชนทุกระดับราคาค่าบริการ ของ 3G จะต้องไม่สูง เป็นธรรม คุ้มค่า และนำไปสู่บริการ DATA ที่เป็นประโยชน์ให้ประชากรหมู่มาก เนื่องจากหากมีค่าบริการ ที่สูงแล้วย่อมไม่สามารถเข้าถึงประชาชนได้ อย่างแท้จริง ผลลัพธ์ก็ไม่แตกต่างกับกรณีปัจจุบันที่ Internet ความเร็วสูง เข้าถึงประ ชากรเพียง 10%</p>
<p>โดยในประเด็นเรื่องอัตราค่าบริการ 3G ที่จะสูงหรือไม่นั้น ย่อมถูกสะท้อนมาจาก ราคาใบอนุญาต 3G ที่ กทช. จะจัดสรรว่าจะกำหนดให้มีราคาแพงแค่ไหน โดยการที่ กทช. จะกำหนดให้ใช้วิธีการจัดสรรใบอนุญาต ด้วยการประมูล และกำหนดราคาเริ่มต้นที่สูงมากเพื่อให้ผู้เข้าร่วมขอรับใบอนุญาตแข่งขันกัน ในเรื่องราคาใบอนุญาตให้สูงที่สุด ซึ่งในเรื่องนี้มีการถกเถียงกันมาก และมีข้อกังขาว่า กทช. ควรจัดสรรเช่นนี้เพื่อให้รัฐได้รับรายได้สูงสุดในการจัด สรรคลื่นความถี่ 3G โดยไม่คำนึงถึง ผลกระทบที่จะมีต่อค่าบริการหรือไม่</p>
<p>มีนักวิชาการในประเทศกลุ่มหนึ่ง ซึ่งอาจไม่ได้เข้าใจหลักของเศรษฐศาสตร์ อย่างถ่องแท้ ได้อ้างว่าราคาใบอนุญาตที่ สูงจะไม่ส่งผลต่อค่าบริการให้สูงตามไปด้วย โดยอธิบายว่าราคาใบอนุญาตเป็นเพียงต้นทุนจม (Sunk Cost) หมายถึงต้นทุนที่เกิดขึ้นในอดีต และไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ จึงไม่สามารถนำมาคำนวณรวมกับค่าบริการ ซึ่งหลักการที่นัก วิชาการกลุ่มนี้อธิบายได้กลายเป็นประเด็นชี้เป็นชี้ตาย และนำมาอธิบายสนับสนุนให้ กทช. ประมูล โดยกำหนดราคาเริ่มต้นที่สูง</p>
<p>แต่จากมุมมองของ Dr.Keiji Tachika wa ผู้ซึ่งเป็น President และ CEO ของ NTT Docomo ผู้ประกอบการรายใหญ่ ในญี่ปุ่น ซึ่งได้ผลักดัน 3G จนประสบความ สำเร็จและเป็นโครงสร้างต้นแบบของการจัด สรร 3G ของโลกเลยทีเดียว ได้ยืนยันชัดเจนว่าราคาใบอนุญาตที่สูงจะถูกผลักให้กลายเป็นภาระราคาค่าบริการของประชาชน</p>
<p>>> รูปแบบที่กทช.ใช้ทำให้ค่าบริการแพง</p>
<p>สำหรับประเทศไทยนั้น การที่ กทช. ได้กำหนดให้มีราคาเริ่มต้นของการประมูลที่สูงมากแล้ว ซ้ำร้ายยังได้กำหนดรูปแบบ ของการประมูลด้วยวิธีที่เรียกว่า N-1 หมายถึง ว่า กทช. ประสงค์จะจัดสรรใบอนุญาตจำนวน 3 ใบ โดยจะจัดสรรครบ 3 ใบได้ต่อเมื่อมีผู้ผ่าน คุณสมบัติจำนวนมากกว่าใบอนุญาตขึ้นไปเท่านั้น หากมีผู้ผ่านคุณสมบัติจำนวน 3 ราย เท่ากับใบอนุญาต จะจัดสรรให้เพียง 2 ใบ และเก็บอีกใบหนึ่งไว้รอการจัดสรรต่อไป ซึ่งด้วยวิธีการดังกล่าวที่ กทช. ได้คิดค้นขึ้น </p>
<p>มีเพียงประเทศไทยประเทศเดียวเท่านั้นที่ใช้วิธีนี้ จะส่งผลให้เหลือผู้ประกอบการ ในตลาดเพียง 2 หรือ 1 ราย เท่านั้น และอุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทยก็จะเข้าสู่รูปแบบของการผูกขาดอย่างสมบูรณ์อีกครั้ง (Duopoly และ Monopoly) และเมื่อราคา ใบอนุญาตที่ได้มามีราคาสูงก็จะมีผลต่อราคา ค่าบริการในอัตราที่สูงสุดด้วยเช่นกัน นั่นหมายความว่า ถ้ามีต้นทุนราคาใบอนุญาตที่ แพงลิบ ก็จะทำให้อัตราค่าบริการแพงลิบ เช่นกัน</p>
<p>ส่วนกรณีของผู้ประกอบการที่อยู่ภายใต้สัมปทานเป็นระบบ 2G ซึ่งก็ยังคงต้องดำเนินการต่อไปจนครบกำหนดอายุสัมปทาน ก็ยังต้องจ่ายส่วนแบ่งรายได้ตาม สัญญาตามกำหนดดังเดิม ไม่ได้เกี่ยวกับกับใบอนุญาต 3G แต่อย่างใด แต่ซ้ำร้ายเมื่อผู้ประกอบการหากประมูลใบอนุญาต 3G ไปได้ในราคาที่สูงลิบแล้วตามหลักวิชาการที่ได้กล่าวมาทั้งหมด จะเป็นการยืนยันได้ว่าภาระนี้ก็ต้องตกสู่ประชาชนโดยตรง จึงเสมือน เป็นการชี้แจงว่าประชาชนต้องรับภาระเพื่อ รักษาไว้ซึ่งรายได้ของรัฐที่มาจากสัมปทาน</p>
<p>เวลานี้ปริมาณรายได้ ที่ กทช. ได้คะเน ว่าจะเข้ารัฐจากใบอนุญาต 3G เมื่อเทียบเป็นสัดส่วนของ GDP และหารด้วยระยะเวลาใบอนุญาต ประเทศไทยถือว่ารัฐมีรายได้สูงสุดแล้วเมื่อเทียบกับประเทศอื่นในเอเชีย ซึ่งหมายความว่า ประชาชนคนไทยต้องแบกรับภาระจากราคาใบอนุญาต โดยเสียสละให้กับรัฐสูงกว่าประเทศอื่นๆ ในเอเชียทั้งหมด แต่ภาครัฐของไทย จะสามารถนำรายได้นี้ไปใช้ประโยชน์ได้ดีกว่าชาติอื่นในเอเชียหรือ</p>
<p>อย่างที่ได้กล่าวไว้ขั้นต้น กทช. กำลังจะเป็นวีรบุรุษของชาติ ประเทศไทยเสียโอกาสในเรื่อง 3G มานานแล้ว แต่การจัดสรรต้องทำให้ถูกต้องตามหลักวิชาการสากลอย่างแท้จริงจึงจะเกิดประโยชน์กับประเทศชาติอย่างแท้จริง สำคัญที่สุดราคาค่าบริการต้องเหมาะสมถึงจะเป็นประโยชน์ ต่อประชาชนมากที่สุด ทั้งนี้ ตามหลักวิชาการแล้ว ราคาใบอนุญาตควรถูกที่สุด เพื่อไม่เกิดผลกระทบกับผู้บริโภค กทช. ควรมอง ในแง่มุมของการนำ 3G ไปใช้ ให้เกิดประ โยชน์ทางธุรกิจ การศึกษา และการพัฒนา สังคมให้มากที่สุด แทนที่จะคำนึงถึงรายได้ เข้ารัฐ เพราะภาระที่แท้จริงย่อมตกสู่ประ ชาชนในที่สุด</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://drjoke.com/%e0%b9%83%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%95-3g-%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%9e%e0%b8%87/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>3G Social Media และความเป็นไทย</title>
		<link>http://drjoke.com/3g-social-media</link>
		<comments>http://drjoke.com/3g-social-media#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 29 Jun 2010 14:43:59 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Blogs]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[news]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://drjoke.com/?p=496</guid>
		<description><![CDATA[<p>โดย ดร. อธิป อัศวานันท์, บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)</p>
<p>เพื่อตีพิมพ์ลง หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ 29 มิถุนายน 2553</p>
<p></p>
<p>โอกาสของคนไทยจะมาถึงแล้วครับ ต้องขอขอบคุณ กทช. (คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ) ด้วยใบอนุญาต 3G ที่ภายใน 4 ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>โดย ดร. อธิป อัศวานันท์, บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)</strong></p>
<p><strong>เพื่อตีพิมพ์ลง หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ 29 มิถุนายน 2553</strong></p>
<p><span id="more-496"></span></p>
<p>โอกาสของคนไทยจะมาถึงแล้วครับ ต้องขอขอบคุณ กทช. (คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ) ด้วยใบอนุญาต 3G ที่ภายใน 4 ปี 80% ของคนไทยจะมีโอกาสเข้าถึง Internet ความเร็วสูง หรือ Broadband ซึ่งจะเพิ่มขึ้นจากราว 2% และเป็นการขยายตัวถึง 40 เท่าในระยะเวลาอันสั้น คงไม่ต้องสงสัยว่า 4 ปีหลังจากนี้ Broadband จะกลายมาเป็นสิ่งสำคัญในชีวิตคนไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สถิติการใช้งาน Internet ที่ผ่านมา จะถูกบันทึกใหม่ด้วยการเข้าถึงโดย 80% ของคนในประเทศ ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ Internet จะเติบโตอย่างรวดเร็ว ด้วยตลาดที่ขยายตัวถึง 40 เท่า การสู้รบและประวิงเวลาระหว่าง Digital กับ​ Traditional จะต้องมาจบลงด้วยความพ่ายแพ้โดยบริบูรณ์ของสื่อยุคเก่า ประเทศไทยจะก้าวต่อไปในโลก Digital อย่างที่เพื่อนบ้านได้เริ่มมากว่าทศวรรษแล้ว คนไทยจะมีโอกาสสร้างฝันให้เป็นจริงได้ภายใต้นโยบาย Creative Economy ของรัฐบาลปัจจุบัน</p>
<p>เทคโนโลยีในการเข้าถึงได้พัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง การแข่งขันอย่างเสรีระหว่างบริษัทชั้นนำ เช่น  Apple และ Google ได้นำมาสู่ Disruptive Technology เช่น iPhone 4, iPad และ Android ที่ทำให้การใช้งาน Broadband ด้วยอุปกรณ์มือถือขนาดเล็กผ่านโครงข่าย 3G มีประสิทธิผลอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ภายใต้ราคาที่เข้าถึงได้ และกำลังมียอดขายในประเทศอย่างถล่มทลาย จึงเป็น Convergence ของ Technology ที่ระบบโครงข่าย 3G ซึ่งกำลังจะมีขึ้นทั่วประเทศประจวบกับเทคโนโลยีในการเข้าถึง กำลังร่วมสร้างปรากฏการณ์ของ Broadband ที่จะเป็น Disruptive Change แบบต้องตะลึงกัน</p>
<p>อย่างไรก็ดี Broadband เป็นดาบสองคม ถึงจะมีประโยชน์ในด้านการสื่อสาร ธุรกิจ การศึกษา ฯลฯ จนกระทั่งเพิ่ม GDP ให้กับพื้นที่ครอบคลุมได้ แต่อย่าลืมว่า​ Broadband ก็เป็นเครื่องมือเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร ความคิด วัฒนธรรม ในรูปแบบของข้อความ ภาพ เสียง และวีดิโอ ที่สามารถนำไปสู่การสร้างสังคมออนไลน์ หรือ​ Social Media เช่น Facebook, YouTube และ Twitter ที่ไม่สามารถทำได้ด้วยสื่อชนิดอื่น</p>
<p>นอกไปจากนี้ เรากำลังเข้าสู่นวัตกรรมของ โลกจำลอง หรือ Virtual World ที่อาจมาในรูปแบบของ Second Life หรือเกมออนไลน์ ทั้งหมดนี้ มีอิทธิพลต่อ ความคิด วัฒนธรรม ซึ่งมีความสำคัญกับการหล่อหลอมแนวคิดความเป็นไทยอยากหลีกเลี่ยงไม่ได้</p>
<p>ปัจจุบัน Social Media ที่คนไทยใช้เวลาด้วยมากที่สุดล้วนเป็นของต่างชาติทั้งสิ้น ซึ่งในสายตาบริษัทที่ควบคุมโดยคนต่างชาติแล้ว ประเทศไทยเป็นแค่หนึ่งในหลายๆ ตลาดบนโลกใบนี้ และไม่ใช่ตลาดสำคัญที่สุด โดยให้ความพยายามเพียงแค่การแปลเมนูคำสั่งโดยผิวเผินให้เป็นภาษาไทยเท่านั้น และไม่ได้ให้ความสำคัญกับความเป็นไทย โดยการปรับปรุงแก้ไขลักษณะการให้บริการให้เข้ากับท้องถิ่นจริง นอกไปจากนี้ Social Media ที่คนไทยใช้กัน ยังไม่มีบริษัทไหนมีศูนย์บริการ หรือกระทั่งพนักงานประจำที่รับผิดชอบประเทศไทยเลย</p>
<p>ทั้งนี้ Social Media ที่ปราศจากความเป็นไทย กำลังมีอิทธิพลเป็นอย่างมากในสังคม จำนวนชั่วโมงที่คนไทยใช้บน Social Media ต่อวัน มีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง​ โดยได้ทอนเวลาไปจากสื่อยุคเก่าเช่นโทรทัศน์ วิทยุ และหนังสือพิมพ์ และหากคำนึงว่า Broadband จะมีการขยายตัวถึง 80% อิทธิพลในวันนั้นจะเป็นทวีคูณของวันนี้ และอาจเป็นไปได้ ที่คุณค่าทางวัฒนธรรมของคนไทยที่มีมากว่าสหัสวรรษ จะต้องถูกลบเลือนโดยอิทธิพลของต่างชาติผ่าน Broadband ภายในเวลาไม่กี่ทศวรรษ</p>
<p>ในขณะที่สื่อยุคเก่า เช่น โทรทัศน์ ยังมีข้อบังคับการนำเสนอข่าวที่ต้องเป็นประโยชน์ต่อการเรียนรู้ และความเป็นไทย แต่ในสื่อ Internet นั้น ผู้ใช้สามารถเลือกเข้าชมข้อมูลได้ตามใจชอบ</p>
<p>หากศึกษากรณีของเกาหลีใต้ ที่ต่อสู้กับเกาหลีเหนือ โดยใช้สื่อเพื่อนำความเป็นเกาหลีใต้เข้าครอบงำจิตใจของคนเกาหลีเหนือ ขนาดเกาหลีเหนือปิดกั้นประเทศทุกวิถีทางยังสั่นคลอนได้ แต่ประเทศไทยด้วยเทคโนโลยี 3G กำลังจะเปิดโอกาสให้ต่างชาติเข้าครอบงำ 80% ของคนในชาติอย่างเสรี ผ่านนวัตกรรม Social Media และ Virtual World ที่จะไปได้ทุกที่ด้วยเทคโนโลยีในการเข้าถึง เราจึงมีความเสี่ยงที่จะสูญเสียความเป็นไทยที่ไม่สามารถซื้อคืนได้</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://drjoke.com/3g-social-media/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>รู้ทัน NERA ที่ปรึกษา กทช กับราคาขั้นต่ำ 3G</title>
		<link>http://drjoke.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%99-nera-3g</link>
		<comments>http://drjoke.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%99-nera-3g#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 28 Jun 2010 12:12:47 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Blogs]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[news]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://drjoke.com/?p=474</guid>
		<description><![CDATA[<p>โดย ดร. อธิป อัศวานันท์</p>
<p>ตามประกาศ 3.9G ของ กทช ระบุไว้ชัดเจนว่า ราคาขั้นต่ำของคลื่นความถี่ที่ 10,000 ล้านบาทนั้น มีที่มาที่ไปจากการศึกษาของที่ปรึกษาต่างชาติ โดยใช้หลัก Econometrics หรือเศรษฐมิติในภาษาไทย</p>
<p></p>
<p>หากศึกษาผลสรุปวิจัยของที่ปรึกษาระดับโลก ซึ่งมี NERA, ENST, Interconnect และ ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>โดย ดร. อธิป อัศวานันท์</strong></p>
<p>ตามประกาศ 3.9G ของ กทช ระบุไว้ชัดเจนว่า ราคาขั้นต่ำของคลื่นความถี่ที่ 10,000 ล้านบาทนั้น มีที่มาที่ไปจากการศึกษาของที่ปรึกษาต่างชาติ โดยใช้หลัก Econometrics หรือเศรษฐมิติในภาษาไทย</p>
<p><span id="more-474"></span></p>
<p>หากศึกษาผลสรุปวิจัยของที่ปรึกษาระดับโลก ซึ่งมี NERA, ENST, Interconnect และ Chalmers จะพบว่ารายหลักๆที่ใช้ Econometrics นั้นคือ NERA ที่ปรึกษาเก่าแก่ที่ออกงานคู่ กทช หลายครั้งหลายหน และตัวเลขขึ้นต่ำของ กทช นั้นคงปฏิเสธไม่ได้ว่ามีอิทธิพลมาจาก NERA เสียเป็นส่วนใหญ่</p>
<p>โมเดล Econometrics ของที่ปรึกษา NERA นั้นอาจมีข้อบกพร่องอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งผู้มีประสบการณ์ด้าน สถิติ หรือ เศรษฐศาสตร์ ทั่วๆไป ก็สามารถสังเกตุเห็นได้ ซึ่งข้อบกพร่องเหล่านี้ อาจเป็นเรื่องง่าย ที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นเลย และส่งผลกระทบต่อราคากลาง ซึ่งทำให้สูงกว่าความเป็นจริงได้หลายพันล้านบาท</p>
<p><strong>การเลือกใช้ DATA ที่อาจไม่เป็นกลาง</strong></p>
<p>ในโมเดล Econometrics ไม่มีอะไรสำคัญกว่า DATA ที่เป็นกลาง และไม่มีความเอนเอียง จาก 79 ประเทศที่เคยให้ใบอนุญาต 3G NERA ได้เลือกมาเพียง 17 ประเทศตามในตารางข้างล่าง</p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-477" title="Screen shot 2010-06-28 at 10.53.43 AM" src="http://drjoke.com/wp-content/uploads/2010/06/Screen-shot-2010-06-28-at-10.53.43-AM1.png" alt="" width="400" height="248" /></p>
<p>ซึ่งประเทศส่วนใหญ่ไม่เพียงแต่จะมาจากยุโรป แต่ยังมาจากช่วงก่อนการล้มเหลวของ 3G ในยุโรป ซึ่งเป็นช่วงที่ราคาใบอนุญาติ 3G แพงอย่างเป็นประวัติการณ์ของโลก ดังในกราฟที่แสดงข้างล่าง น้อยประเทศจะถูกเลือกมาจากกลุ่มของประเทศเพื่อนบ้านของไทย ที่อาจมี GDP ใกล้เคียง และน้อยประเทศถูกเลือกมาจากข้อมูลในยุคปัจจุบัน นอกไปจากนี้ ประเทศ 17 ประเทศถูกคัดเลือกมาจากประเทศที่เลือกใช้การประมูลที่ทำให้ราคาใบอนุญาตมีผลสูงสุดทั้งสิ้น โดยไม่ได้คำนึงถึงประเทศที่จัดสรรใบอนุญาตด้วยวิธีอื่นๆเช่น Beauty Contest ซึ่งเป็นวิธีสากลและมีการเลือกใช้มากที่สุดในโลก</p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-479" title="graph" src="http://drjoke.com/wp-content/uploads/2010/06/graph.png" alt="" width="600" height="370" /></p>
<p>ทั้งนี้ค่อนข้างจะเป็นกรณีชัดเจนว่า DATA ของ NERA ได้ถูก Cherry Pick มาจากกลุ่มประเทศที่ 3G มีราคาแพง และในช่วงเวลาที่ 3G มีราคาสูงสุด จนเกิดความล้มเหลวไปทั่วยุโรป จึงเป็น DATA ที่ไม่เป็นกลางอย่างยิ่ง และชี้นำให้ราคาขึ้นตำ่ที่ได้มา นั้นสูงกว่าความเป็นจริงพอสมควร</p>
<p><strong>ข้อกังขาในโมเดล</strong></p>
<p>ด้วยหลักวิชาการแล้ว โมเดล Econometrics ของ NERA ใช้กรณีของ Ordinary Least Square หรือ OLS ซึ่งเป็นกรณีมาตรฐานที่สุด และไม่ควรมีความผิดพลาด แต่สังเกตุได้ว่ามีการแทรก Dummy Variable ในประเทศที่ราคาต่ำ เช่น อินโดนีเซีย และ สิงค์โปร์ ตามที่แสดงข้างล่าง ซึ่งเป็นการชี้นำว่า ราคาของประเทศเหล่านั้นเกิดจากปัจจัยนอกเหนือจากโมเดล</p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-482" title="model" src="http://drjoke.com/wp-content/uploads/2010/06/model.png" alt="" width="600" height="273" /></p>
<p>ทั้งนี้จะทำให้ผลเฉลี่ยของ อินโดนีเซีย และ สิงค์โปร์ ที่มีราคาต่ำ ไม่ส่งผลกับประเทศไทยเท่าที่ควร เป็นการชี้นำให้ราคาที่ได้กับประเทศไทย นั้นสูงกว่าความเป็นจริง</p>
<p><strong>การตีความราคาขั้นต่ำ</strong></p>
<p>ถึงแม้ DATA และ โมเดลอาจจะมีข้อกังขา แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการตีความและนำตัวเลขที่ที่ปรึกษาแนะนำไปใช้ตามจุดประสงค์ที่ถูกต้อง โปรดสังเกตุว่า ที่ปรึกษา เช่น NERA ได้ทำการศึกษาเพื่อหาราคา Final Price ซึ่งเป็นราคาชนะประมูล หรือมูลค่าที่เข้ารัฐ  ทั้งนี้ที่ปรึกษา เช่น Chalmers ได้ใช้ Econometrics ชี้แจงว่าราคาขั้นต่ำของการประมูล ควรต่ำกว่าราคาชนะประมูลราว 4,000 ล้านบาท ซึ่งหากนำมาคำนวนตาม จะทำให้ราคาขั้นต่ำนั้นควรต่ำลงไปกว่าราคาปัจจุบันอีก</p>
<p><strong>สรุป</strong></p>
<p>ถึงจะมีการยืนยันว่าข้อมูลบางอย่างที่ กทช ได้ใช้ในการตัดสินใจ เพื่อออกประกาศใบอนุญาต 3G ได้มีที่มาที่ไปอย่างชัดเจนและโปร่งใส แต่ที่สำคัญ เราควรติดตามดูต้นตอของข้อมูลนั้นว่าถูกต้องตามหลักวิชาการด้วยหรือเปล่า และนอกจากนี้ ยังถูกนำมาใช้ตามจุดประสงค์ด้วยหรือไม่</p>
<p>ความโปร่งใสเป็นสิ่งที่ดี เพราะหากมีข้อผิดพลาดย่อมสามารถทำให้ปรากฎชัด และหากมีผลกระทบย่อมควรที่จะปรับปรุง</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://drjoke.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%99-nera-3g/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>3G กับความมั่นคงของชาติ ที่กำลังซ้ำรอย</title>
		<link>http://drjoke.com/3g-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4</link>
		<comments>http://drjoke.com/3g-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 24 Jun 2010 12:19:30 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Blogs]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[news]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://drjoke.com/?p=457</guid>
		<description><![CDATA[<p>โดย ดร. อธิป อัศวานันท์</p>
<p>เป็นประเด็นร้อนพอสมควร จากกระแสข่าวไทยคม ที่รัฐบาลเห็นว่า  ต้องซื้อคืนจากต่างชาติ  เหตุผลหลัก คือ เรื่องความมั่นคง</p>
<p></p>
<p>ก่อนอื่นต้องศึกษาว่า เพราะอะไร และทำไม  รัฐบาลจึงย้ำและยืนยันว่าต้องซื้อคืนจากต่างชาติ  ในขณะที่ตามกฎกติกาของกระทรวงพาณิชย์ หรือกระทั่งดูรายชื่อผู้ถือหุ้นรายใหญ่ตามที่ปรากฏในตลาดหลักทรัพย์ ระบุว่าไทยคมเป็นของคนไทย</p>
<p>คำถามที่น่าคิดก็คือ ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>โดย ดร. อธิป อัศวานันท์</strong></p>
<p>เป็นประเด็นร้อนพอสมควร จากกระแสข่าวไทยคม ที่รัฐบาลเห็นว่า  ต้องซื้อคืนจากต่างชาติ  เหตุผลหลัก คือ เรื่องความมั่นคง</p>
<p><span id="more-457"></span></p>
<p>ก่อนอื่นต้องศึกษาว่า เพราะอะไร และทำไม  รัฐบาลจึงย้ำและยืนยันว่าต้องซื้อคืนจากต่างชาติ  ในขณะที่ตามกฎกติกาของกระทรวงพาณิชย์ หรือกระทั่งดูรายชื่อผู้ถือหุ้นรายใหญ่ตามที่ปรากฏในตลาดหลักทรัพย์ ระบุว่าไทยคมเป็นของคนไทย</p>
<p>คำถามที่น่าคิดก็คือ  รัฐบาลใช้หลักเกณฑ์ในการตีความอย่างไร   จึงเห็นว่า ไทยคมเป็นของต่างชาติ    หรือว่ากฎกติกาของกระทรวงพาณิชย์ และกฎหมายที่มีอยู่  ไม่สามารถตรวจสอบและไม่เพียงพอที่จะคุ้มครองธุรกิจสำคัญจากการครอบงำของคนต่างชาติ</p>
<p>หากเป็นเช่นนั้นแล้วสิ่งที่รัฐบาลยืนยันว่าต้องซื้อคืนจากต่างชาติ จะกลายเป็นเพียงการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ เพราะในข้อเท็จจริง  รัฐบาลต้องแก้กฎกติกาให้ถูกต้อง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการครอบงำโดยต่างชาติอย่างที่เป็นอยู่  ทำให้นึกถึงสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้ คือ กทช. กำลังพิจารณาจัดสรรใบอนุญาต 3G ซึ่งเป็นกิจการโทรคมนาคมเช่นเดียวกับไทยคม ที่จะมีผลครอบคลุมประชาชนผู้ใช้บริการทั้งประเทศเช่นกัน</p>
<p>การตรวจสอบการครอบงำของต่างชาติ ด้วยการห้ามถือครองหุ้นเกิน 49% ซึ่งเป็นการตรวจสอบภายใต้กติกาของกระทรวงพาณิชย์ ที่กำหนดตาม พรบ.ประกอบกิจการของคนต่างด้าวเท่านั้น  กติกานี้พิสูจน์ได้ว่ามีช่องว่างอย่างชัดเจน</p>
<p>ดังนั้นหากบริษัทต่างชาติ ใช้ช่องทางเดียวกับกรณีของไทยคมในการเข้าครอบงำกิจการโทรคมนาคมของไทยโดยผ่านนวัตกรรม 3G  ก็ยังทำได้อยู่ และจะทำอย่างแน่นอน แต่ไม่มีใครพูดถึงเรื่องนี้เลย  ทุกวันนี้ การที่ดาวเทียมถูกมองว่าเป็นความเสี่ยงต่อความมั่นคงของชาติ ด้วยแนวโน้มของเทคโนโลยี และสถิติการเข้าถึงผู้ใช้บริการ  แต่จะมีใครนึกถึงหรือไม่ว่า  ในอนาคตเทคโนโลยี 3G จะยิ่งสามารถสร้างความเสี่ยงต่อความมั่นคงของชาติได้อย่างทวีคูณ ยิ่งกว่า</p>
<p>ดาวเทียมมีจุดเด่น คือ สามารถนำเสนอข่าวสารอย่างทั่วถึงโดยผ่านการยิงสัญญาณ โดยสามารถเชื่อมต่อ และยิงสัญญาณจากต่างประเทศมายังประเทศไทยได้ จึงยากแก่การควบคุม และสามารถเป็นภัยต่อความมั่นคงได้</p>
<p>แต่เมื่อพิจารณากรณีของเทคโนโลยี 3G ผ่านโทรศัพท์มือถือ ซึ่งขณะนี้สามารถเข้าถึงประชาชนกว่า 80% ของประเทศ และในไม่ช้าเมื่อมี 3G เข้ามาให้บริการ  โทรศัพท์มือถือจะเปลี่ยนเป็น Mobile Broadband ที่ทำให้ใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านมือถือได้อย่างง่ายดาย  นำเสนอข่าวสารได้อย่างแทบไม่มีข้อจำกัด ที่สำคัญสามารถเข้าถึงประชาชนได้ทั่วประเทศ  ซึ่งปัจจุบันมีประชาชนเพียง 25% ในประเทศที่สามารถใช้อินเทอร์เน็ตได้  แต่เมื่อมี 3G จะขยายเพิ่มขึ้นเป็น 80% ในพริบตา  นอกจากนี้เทคโนโลยีของดาวเทียมเป็นการสื่อสารทางเดียว  ในขณะที่ 3G เป็นเทคโนโลยีการสื่อสาร 2 ทาง  การ Broadcast ข้อความภาพและเสียง สามารถทำบน 3G ได้เช่นกัน และมีประสิทธิภาพยิ่งกว่าดาวเทียม เพราะมีจำนวนช่องไม่จำกัด มีการโต้ตอบอย่าง Interactive มีการสร้าง Community มีการส่งต่อแบบปากต่อปาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคนี้ที่ทุกคนมีโทรศัพท์มือถืออยู่ติดตัว ทำให้สามารถดักฟังบทสนทนา สามารถขโมยข้อมูลที่สำคัญเช่นการเงิน หรือสามารถติดตามกระทั่งล่วงรู้ตำแหน่ง ที่ตั้ง การเคลื่อนไหวทุกอย่างของผู้ใช้ อย่าง Real Time  ด้วยความก้าวหน้าของโทรศัพท์ Smart Phone และกระทั่ง Mobile Social Media อย่างที่เห็นกันอยู่ทุกวัน</p>
<p>เทคโนโลยี 3G จะมีความเสี่ยงต่อความมั่นคงของชาติ มากยิ่งกว่าดาวเทียมอย่างแน่นอน จะเห็นได้จาก เหตุการณ์ที่ผ่านมา  เมื่อสถานการณ์บ้านเมืองไม่สงบ รัฐต้องขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทุกราย ให้ระงับสัญญาณชั่วคราวในบางพื้นที่   ยิ่งในสถานการณ์ที่อาจกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ  รัฐจำเป็นต้องสามารถควบคุมผู้ประกอบการได้ แต่หากผู้ประกอบการเป็นต่างชาติ ย่อมเป็นเรื่องที่เสี่ยง และยากแก่การควบคุมเป็นอย่างยิ่ง  ต้นตอของปัญหาความมั่นคง  หนีไม่พ้นเรื่องอำนาจควบคุมของกิจการโดยคนต่างด้าวที่ไม่ได้แสดงอยู่ในหลักฐานการจดทะเบียนบริษัทตามกฎระเบียบของกระทรวงพาณิชย์  หรือของตลาดหลักทรัพย์ รวมทั้งการดูว่าเป็นต่างด้าวหรือไทย ไม่ใช่แค่ดูหลักฐานการถือหุ้น แต่ต้องดูถึงอำนาจบริหาร หรืออำนาจชี้เป็นชี้ตาย การแต่งตั้งผู้บริหารว่าล้วนอยู่กับต่างชาติทั้งสิ้นหรือไม่</p>
<p>ช่องว่างของกฎหมายในปัจจุบัน หน่วยงาน กทช. ย่อมตระหนักในข้อนี้เป็นอย่างดี เพราะเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม ที่ผ่านมา กทช. ได้ออกประกาศเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และวิธีการการควบรวม และการถือหุ้นไขว้ในกิจการโทรคมนาคม  ซึ่ง กทช. ระบุชัดเจนว่า ผู้มีอำนาจควบคุม คือ &#8220;ผู้ถือหุ้น หรือบุคคลอื่น ซึ่งโดยพฤติกรรมมีอิทธิพลต่อการกำหนดนโยบาย การจัดการ หรือการดำเนินงานของผู้รับใบอนุญาต อย่างมีนัยสำคัญ ไม่ว่าอิทธิพลดังกล่าวจะสืบเนื่องจากการเป็นผู้ถือหุ้น หรือได้รับมอบอำนาจ ตามสัญญา หรือการอื่นใดก็ตาม&#8221;</p>
<p>และโดยเฉพาะร่างประกาศเกี่ยวกับการครอบงำกิจการของคนต่างด้าว ซึ่ง กทช. ได้มีการวางกรอบกฎเกณฑ์เพื่อตรวจสอบการถือหุ้นที่ผิดกฎหมายของต่างด้าว การถือหุ้นลักษณะแอบแฝง มีการถือหุ้นผ่านตัวแทน หรือ nominee เป็นชั้นๆ ซึ่งได้มีการรับฟังความเห็น และมีความตั้งใจจะประกาศใช้มาหลายปีแล้ว ซึ่งหากข้อกำหนดนี้ มีการประกาศใช้ออกมา  ย่อมสามารถขจัดปัญหาเรื่องต่างด้าว คุ้มครองประเทศ ประชาชนในเรื่องที่เกี่ยวกับความมั่นคง</p>
<p>จึงฝากให้ กทช.  ดำเนินการออกมาตรการที่ชัดเจน จริงจัง ให้สมกับความห่วงใยที่มีต่อกิจการโทรคมนาคมของไทย  อย่างไรก็ดี การคาดหวังให้กฎของกทช. มีผลบังคับใช้ย้อนหลัง คงเป็นไปได้ยาก แต่ในกรณีของใบอนุญาต 3G ที่กำลังจะมีขึ้น เป็นโอกาสดีที่จะต้องผลักดันให้มีการนำคำนิยามในเรื่อง “ผู้ถือหุ้น” ตามหลักเกณฑ์เรื่องการควบรวมกิจการมาบังคับใช้  และที่สำคัญต้องออกประกาศเรื่องการครอบงำกิจการของคนต่างด้าวด้วย</p>
<p>ไม่เช่นนั้นคงน่าเสียดายที่หลักเกณฑ์ของ กทช. ที่จัดทำด้วยความห่วงใยประเทศจะกลับกลายเป็นเรื่องสูญเปล่า และในอนาคตรัฐอาจต้องแก้ปัญหาที่ปลายเหตุดังเช่นกรณีที่ผ่านๆ มา เช่น กรณีไทยคม ซึ่งในอนาคตหากต้องการซื้อคืนจากต่างชาติคงเป็นเรื่องที่ทำได้ยากเหลือเกิน</p>
<p>เพราะในกรณีของ 3G ซึ่งเป็น  Ubiquitous Technology ที่จะติดตามไปทุกหนแห่ง อาจจะไม่ใช่เพียงเอกชนต่างชาติที่มีอำนาจควบคุม แต่อาจเลยไปถึงการเปิดโอกาสให้รัฐบาลต่างชาติมีอำนาจควบคุมด้วย</p>
<p>ถึงตอนนั้นประเทศไทย คนไทยจะไม่มีทั้งอำนาจต่อรองด้านการเงิน และไม่มีอำนาจต่อรองทั้งด้านบริการ ด้านความมั่นคง  และที่แย่ยิ่งกว่านั้นก็คือ  คนไทยซึ่งเป็นเจ้าของประเทศ ก็ไม่สามารถขอซื้อคืนกลับมาเป็นของคนไทยได้อีกต่อไป</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://drjoke.com/3g-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>บทบาท กทช. :  หาเงินเข้ารัฐ หรือเร่งพัฒนาโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศและประชาชน?</title>
		<link>http://drjoke.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%97-%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b8%8a-%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%90</link>
		<comments>http://drjoke.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%97-%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b8%8a-%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%90#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 23 Jun 2010 22:40:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Blogs]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[news]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://drjoke.com/?p=454</guid>
		<description><![CDATA[<p>โดย ดร. อธิป อัศวานันท์</p>
<p>เพื่อตีพิมพ์ลง หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ 21 มิถุนายน 2553</p>
<p></p>
<p>ขณะนี้ มีคำถามมากมายว่าบทบาทหน้าที่ที่แท้จริงของ กทช. ที่กฎหมายให้อำนาจกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคม คืออะไร  ถูกต้องแล้วหรือ หาก กทช. มีหน้าที่ระดมหารายได้เข้ารัฐ  หรือ หน้าที่ที่แท้จริงของ กทช. คือ ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>โดย ดร. อธิป อัศวานันท์</strong></p>
<p><strong>เพื่อตีพิมพ์ลง หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ 21 มิถุนายน 2553</strong></p>
<p><span id="more-454"></span></p>
<p>ขณะนี้ มีคำถามมากมายว่าบทบาทหน้าที่ที่แท้จริงของ กทช. ที่กฎหมายให้อำนาจกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคม คืออะไร  ถูกต้องแล้วหรือ หาก กทช. มีหน้าที่ระดมหารายได้เข้ารัฐ  หรือ หน้าที่ที่แท้จริงของ กทช. คือ จะต้องพัฒนาประเทศและอุตสาหกรรมโทรคมนาคม สร้างความเจริญทางเศรษฐกิจและสังคมให้กระจายไปทุกหนแห่ง เพิ่มโอกาสให้ประชาชนทั่วประเทศสามารถเข้าถึง</p>
<p>ผมเป็นคนหนึ่งที่มีโอกาสได้อ่านงานวิจัยที่สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) จัดทำขึ้นเพื่อประกอบการพิจารณาการจัดสรรใบอนุญาตคลื่นความถี่ 3G ของ กทช. และเห็นว่า จากบทสรุปงานวิจัยฉบับนี้ แสดงให้เห็นแนวทางที่เหมาะสมและถูกต้องตามหลักสากล ซึ่งจากการจัดการรับฟังความคิดเห็นกลุ่มย่อย  (Focus Group) ของนิด้า เรื่องการ พิจารณาออกใบอนุญาต 3G  ในประเด็นราคาใบอนุญาตที่เหมาะสมควรมีอัตราเท่าใด  ซึ่งมีนักวิชาการอิสระจากภาคธุรกิจและภาคการศึกษาร่วมให้ความเห็น  ได้แก่  นายอรุณ จิรชวาลา อดีตกรรมการผู้จัดการ ธนาคารนครหลวงไทย ผู้เคยสอบได้ที่หนึ่งของประเทศไทย  ได้นำเสนอแนวทางการจัดสรรคลื่นความถี่เพื่อประโยชน์ของส่วนรวมว่า แนวทางของ กทช. ควรจะเป็นไปเพื่อการพัฒนาอุตสาหกรรมโทรคมนาคม ให้เป็นประโยชน์ต่อประชาชนคนไทยให้มากที่สุด เพื่อให้คนไทยทั้งประเทศไม่เสียโอกาสไปมากกว่านี้  และอยากให้มองเทคโนโลยี 3G เป็นสาธารณูปโภคที่เป็นประโยชน์ เช่นเดียวกับ ถนน ที่รัฐสร้างให้ฟรี ในกรณีนี้อาจเป็นไปได้ว่า กทช. ควรสนับสนุนด้านการเงินให้กับผู้ประกอบการ  เพื่อเป็นเงินทุนใช้ในการสร้างเครือข่าย  เพราะจะเป็นประโยชน์กับคนไทยทั้งชาติ แทนที่จะเป็นการระดมเงินทุนให้ได้ราคามากที่สุดจากผู้ประกอบการที่เข้าประมูล ซึ่งทำให้เข้าใจได้ว่าเป้าหมายที่ กทช. นำเสนอ ก็เพื่อเพิ่มรายได้ของรัฐ</p>
<p>การรับฟังความคิดเห็นกลุ่มย่อยดังกล่าว  ซึ่งดำเนินรายการโดย รศ. ดร. ไพบูลย์ เสรีวิวัฒนา จากนิด้า นักวิชาการอิสระเช่น นายไพบูลย์ นลินทรางกูร นายกสมาคมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ไทย กรรมการผู้จัดการ บล.ทิสโก้, รศ. ดร.บวร ปภัสราทร คณบดี คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้า ธนบุรี และ รศ. ดร.สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ อดีตรองอธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  ล้วนมีความเห็นไปในแนวทางเดียวกัน</p>
<p>แต่น่าเสียดายที่ถกเถียงกันเฉพาะเรื่องตัวเลขรายได้ที่จะนำเข้ารัฐ แทนที่ประเด็นเรื่องประโยชน์ที่แท้จริงต่อประเทศและประชาชนจากบทสรุปงานวิจัยของนิด้า  ที่ กทช. สนับสนุนให้นิด้าเป็นผู้ทำงานวิจัย กลับไม่ถูกหยิบยกออกมากให้สังคมได้รับรู้  ยิ่งกว่านั้น ข้อมูลและหลักการที่ชี้แจงต่อสาธารณะ ยังคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงและขัดต่อเหตุผลทางวิชาการอย่างสิ้นเชิง</p>
<p>มีการชี้แจงว่า ผู้ที่มีความสามารถในการประมูลสูงสุด ย่อมเป็นผู้ที่มีศักยภาพในการนำคลื่นความถี่ไปใช้ได้สูงสุด และเกิดประโยชน์ต่อประเทศมากที่สุด  หรือในภาษาชาวบ้าน หากเขายอมจ่ายสูงสุด แสดงว่าย่อมมีความสามารถนำไปใช้ให้เป็นประโยชน์สูงสุด ตรรกะลักษณะนี้ขัดต่อหลักการเศรษฐศาสตร์จุลภาคและทฤษฎีเกมส์อย่างชัดเจน เพราะหากใครก็ตามยอมจ่ายในอัตราสูงสุด ย่อมหมายความว่าใครคนนั้นสามารถสร้างและหาประโยชน์ได้สูงสุดให้กับตัวของเขาเอง  สิ่งที่พิสูจน์ไม่ได้คือ ประโยชน์สูงสุดกับใครคนนั้น หมายถึงประโยชน์สูงสุดของประเทศด้วย ไม่เคยมีตรรกะทางวิชาการที่เชื่อมสองสิ่งนี้ไว้ด้วยกัน</p>
<p>มีการชี้แจงว่า การประมูลเป็นทางเลือกที่สากลใช้กัน แต่ในความเป็นจริง มีประเทศเพียงส่วนน้อยที่เลือกใช้วิธีการประมูล จะเห็นได้จากมี 50 ประเทศ ที่เลือกใช้หลักการของ Beauty Contest ในขณะที่เพียง 29 ประเทศเลือกใช้วิธีการประมูล</p>
<p>นอกจากนี้ จะเห็นได้จากปัญหาที่เกิดขึ้นจากการเลือกใช้วิธีการประมูลใบอนุญาต 3G ในยุโรป ซึ่งมีผลเสียโดยตรงต่อประชาชนในชาติ  รวมทั้งได้มีการศึกษาไว้อย่างละเอียด โดยนักวิชาการทั้งในและนอกประเทศ ซึ่ง ผศ. ดร. กำพล ปัญญาโกเมศ นักวิจัยและผู้ร่วมจัดการรับฟังความเห็นกลุ่มย่อยจากนิด้า ได้ยกตัวอย่างของอังกฤษ ที่ชัดเจนว่าเลือกใช้วิธีการประมูลที่มีราคา Reserve สูงเกินไป  ทำให้ผู้ประกอบการประสบปัญหาทางการเงิน และไม่สามารถดำเนินการสร้างโครงข่ายให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศ  ในขณะที่กรณีของญี่ปุ่นที่มีการให้ใบอนุญาต 3G ฟรี เมื่อระยะเวลาผ่านไป  ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นก็คือ  มีการใช้ 3G อย่างแพร่หลายและประชาชนชาวญี่ปุ่นเป็นผู้ได้รับประโยชน์สูงสุด</p>
<p>มีการชี้แจงว่า เงินที่ได้จากการประมูลเป็นผลประโยชน์ของประเทศ หากคำนึงถึงประโยชน์ของประเทศอย่างแท้จริงแล้ว  กทช. ควรมีแผนการดำเนินการที่ชัดเจน ว่ารายได้จากใบอนุญาต 3G มูลค่า 3-5 หมื่นล้าน หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 2% ของงบประมาณรัฐ จะถูกนำไปใช้ประโยชน์อย่างไรบ้าง และ กทช. จะเป็นผู้นำเงินดังกล่าวมาใช้เอง หรือจะส่งเข้าคลังเพื่อให้รัฐบาลใช้ประโยชน์ต่อไป  อย่างไรก็ดี รศ. ดร. สมชาย  ภคภาสน์วิวัฒน์  อดีตรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรมศาสตร์ มีมุมมองว่า อีก 10 ปี นับจากนี้ ภาครัฐก็ยังคงล้าหลังอยู่ ยิ่งไปกว่านั้น  เงินที่นำส่งเข้ารัฐ  มักจะมีส่วนที่สูญหายไป เพราะในอดีตก็มักจะหายไปโดยตลอด หรือที่ นายไพบูลย์  นรินทรางกูร   มักจะพูด ว่า &#8220;รั่วไหล&#8221;</p>
<p>มีการชี้แจงว่า ราคาใบอนุญาตจะเป็น Sunk Cost ซึ่งไม่มีผลกระทบต่อค่าบริการ แต่ตามหลักเศรษฐศาสตร์จุลภาคที่แท้จริงแล้ว การลงทุนใน 3G ถือเป็นการลงทุนในระยะสั้น (Short Term Investment) ที่มีระยะเวลาระบุชัดเจน และไม่ใช่การลงทุนในระยะยาว (Long Term Investment) ที่มีระยะเวลาเป็น Infinity ซึ่งคำอธิบายของ Sunk Cost จะมีผล  ในกรณีของการลงทุนระยะสั้น ราคาใบอนุญาต จะมีผลกระทบต่อการตัดสินใจอย่างแน่นอน และไม่สามารถมองเป็น Sunk Cost ได้ เพราะในระยะเวลา 15 ปี ผู้ประกอบการอย่างน้อยที่สุด ต้องได้เงินส่วนนี้กลับคืน  ซึ่งจะเกิดขึ้นได้อย่างไร  ถ้ามิใช่มาจากกระเป๋าของประชาชนและผู้บริโภคในที่สุด  หลักเศรษฐศาสตร์จุลภาค ได้แยก Case ของ Short Term และ Long Term ออกจากกันอย่างชัดเจน</p>
<p>สิ่งที่ต้องยอมรับคือธุรกิจโทรคมนาคมไม่ใช่ Competitive Market ตามหลักของ เศรษฐศาสตร์จุลภาค เพราะต้องการ Economy of Scale จึงเป็นที่มาของระบบสัมปทาน และ การให้ใบอนุญาตในจำนวนจำกัด เพราะการมีผู้ประกอบการไม่กี่ราย ย่อมสามารถผูกขาด และเป็นผลเสียกับผู้บริโภค ในขณะที่หากมีผู้ประกอบการมากรายเกินไป ย่อมขาด Scale ที่จะรักษาธุรกิจให้ยังคมดำเนินต่อไปได้ ในท้ายที่สุดก็ต้องถอนตัวหรือล้มละลาย ซึ่งความเสียหายก็จะตกอยู่กับผู้บริโภคอยู่ดี</p>
<p>ดังนั้น สิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึงก็คือ จำนวนผู้ประกอบการที่เหมาะสมกับตลาด  ทั้งนี้ นายไพบูลย์ นายกสมาคมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ไทย ได้ให้ความเห็นว่า กิจการโทรคมนาคมที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศอย่างแท้จริงนั้น จะต้องมีการแข่งขันที่สมบูรณ์ อย่างน้อยผู้ประกอบการ 2G ปัจจุบัน ควรสามารถได้ใบอนุญาตทั้งหมด มิเช่นนั้นผู้บริโภคจะรับเคราะห์จากการผูกขาดของรายใหญ่ไม่กี่ราย ซึ่งสามารถฮั้วได้ อย่างไรก็ดี การประมูลยังเป็นช่องทางให้ผู้ประกอบการรายใหญ่ผลักดันราคาให้สูง เพื่อบีบรายเล็กออกจากการแข่งขัน เช่นในกรณีของเยอรมัน ซึ่งรายใหญ่สามารถผูกขาดได้ และเป็นผลเสียต่อผู้บริโภค</p>
<p>อีกแง่มุมหนึ่ง หากใช้วิธี Beauty Contest สามารถระบุเงื่อนไขได้เลยว่า ต้องการให้ผู้ประกอบการที่ได้รับใบอนุญาต 3G สร้างประโยชน์ให้กับประเทศอย่างไรบ้าง โดยมีข้อกำหนดที่วัดผลชัดเจน แทนการทุ่มเงินเพื่อนำส่งเข้ารัฐด้วยการประมูล ด้วยเงื่อนไขนี้ ภาคเอกชนย่อมสามารถนำเงินทุกไปสร้างประโยชน์ได้ดีกว่าภาครัฐ โดยปราศจากการรั่วไหล ซึ่งกลุ่มนักวิชาการในการรับฟังความเห็นกลุ่มย่อยครั้งนี้  ไม่มีความเชื่อเลยว่า ภาครัฐจะนำเงินก้อนนี้ไปพัฒนาประเทศได้ดีกว่าเอกชน  นอกจากนี้ การนำ 3G มาใช้ในการพัฒนาประเทศ ยังสามารถระบุได้ในหลายแง่มุม ไม่เพียงแค่ระบุเรื่องการให้บริการครอบคลุมประชากร หรือความรวดเร็วในการสร้างโครงข่ายเปิดให้บริการเท่านั้น แต่ควรคำนึงถึงสิ่งที่จะสามารถต่อยอดจาก 3G ได้  เช่นที่  รศ. ดร. บวร  ปภัสราทร  คณบดี คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้า ธนบุรี ได้พูดถึงการต่อยอดทางนวัตกรรมและเทคโนโลยี ที่ประเทศไทยไม่ควรจะเสียโอกาส นอกจากนี้ ควรคำนึงถึงการใช้งานอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงที่จะเป็นประโยชน์สูงสุดต่อสาธารณชน หรือที่เรียกว่า Meaningful Broadband ที่เป็นต้นแบบของ Prof. Craig Warren Smith ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งเป็นศาสตราจารย์จาก มหาวิทยาลัยฮาร์เวิร์ด  ซึ่งระบุว่า 3G สามารถยกระดับการพัฒนาประเทศด้านการศึกษา ความยากจน ความแตกต่างในสังคม จริยธรรมทางสังคม ฯลฯ</p>
<p>การมี 3G เป็นเรื่องที่ดีต่อประเทศ ไม่มีใครเถียงว่าประเทศไทยเสียโอกาสมามากพอแล้ว อย่างไรก็ตาม รูปแบบการพิจารณาจัดสรรใบอนุญาต มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความสำเร็จของอุตสาหกรรมโทรคมนาคม ซึ่งเป็นสาธารณูปโภคสำคัญที่สร้างประโยชน์ให้กับคนทั้งประเทศ และทำให้มีโอกาสต่อยอดเป็นนวัตกรรมและธุรกิจอื่นๆ  ทั้งนี้ควรศึกษาความผิดพลาดจากต่างประเทศ และยึดถือหลักปฏิบัติที่ดีที่สุด (Best Practice) ของสากลที่เลือกใช้ Beauty Contest แทนการประมูล และอ้างอิงถึงหลักวิชาการที่ถูกต้อง ที่ได้รับการยอมรับทั้งในและนอกประเทศ  เพื่อว่าในท้ายที่สุดแล้ว ประโยชน์สูงสุดจะตกเป็นของประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ไม่ควรคิดเป็นรายได้เข้ารัฐแต่เพียงอย่างเดียว แต่ต้องคำนึงถึงการพัฒนาอุตสาหกรรม เพื่อประโยชน์ต่อประชาชนคนไทยให้มากที่สุด</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://drjoke.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%97-%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b8%8a-%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%90/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Google TV เป้าหมายคือประเทศไทย?</title>
		<link>http://drjoke.com/google-tv-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2</link>
		<comments>http://drjoke.com/google-tv-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 21 Jun 2010 23:30:18 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Blogs]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[news]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://drjoke.com/?p=421</guid>
		<description><![CDATA[<p>โดย ดร. อธิป อัศวานันท์, บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)</p>
<p>เพื่อตีพิมพ์ลง หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ 1 มิถุนายน 2553</p>
<p></p>
<p>จริงอยู่ที่ Traditional Media เช่น โทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ และ ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>โดย ดร. อธิป อัศวานันท์, บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)</strong></p>
<p><strong>เพื่อตีพิมพ์ลง หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ 1 มิถุนายน 2553</strong></p>
<p><span id="more-421"></span></p>
<p>จริงอยู่ที่ Traditional Media เช่น โทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ และ นิตยสาร เป็นอุตสาหกรรมตะวันตกดิน ในแนวโน้มของประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น สหรัฐ อังกฤษ​ ฯลฯ  เราจึงได้เห็นสงครามข้ามยุคระหว่างสื่อสารมวลชนหรือผู้ปกป้องแห่งอดีต กับ Digital Media หรือผู้รุกรานแห่งอนาคต  ทั้งนี้ไม่ต่างกับอุตสาหกรรมรถม้า และ อุตสาหกรรมรถยนต์ เมื่อปลายศตวรรษที่ 19</p>
<p>วันนี้ เป็นการประวิงเวลา จนกว่าอนาคตจะมาถึง และได้ลืมอดีตอย่างบริบูรณ์ เช่นเดียวกับหลายอุตสาหกรรมจากสหัสวรรษที่แล้ว ที่ล้วนพินาศลง โดยเป็นผลกระทบจาก Disruptive Technology เช่น Internet และ Social Media</p>
<p>อย่างไรก็ดี Traditional Media ยังเหลือปราการด่านสุดท้ายที่ Digital ขาด นั้นคือฐานลูกค้า และขนาดของธุรกิจ</p>
<p>ปัจจุบันมีผู้ใช้ Internet 1.8 พันล้านคน ในขณะที่มีผู้ใช้โทรทัศน์กว่า 4 พันล้านคนทั่วโลก  ความแตกต่างนี้ยิ่งชัดเจนสำหรับประเทศไทย ซึ่งมีการพัฒนาแบบเสียเปรียบประเทศเพื่อนบ้าน และ ประเทศที่ GDP ใกล้เคียงกัน  จากประชากรเกือบ 100% ที่เป็นผู้ใช้โทรทัศน์ เพียง 25% เป็นผู้ใช้ Internet  โดยมีแนวโน้มสำคัญที่ประเทศไทยจะล้าหลังเพื่อนบ้านและชาวโลกต่อไปอีก</p>
<p>จากธุรกิจโฆษณา มูลค่า 1 แสนล้านในประเทศไทย กว่า 5 หมื่นล้านเป็นการโฆษณาบนโทรทัศน์  เพียงแค่ 1 พันล้านเท่านั้นที่เป็นการโฆษณาบน Internet</p>
<p>จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ Google จะใช้ Google TV เพื่อเข้าถึงผู้ใช้อีกกว่า 2 พันล้านคน และได้ส่วนแบ่งจากรายได้อันมหาศาลของการโฆษณาบนโทรทัศน์ เพราะ​ Google มีรายได้หลักจากโฆษณาอยู่แล้ว  ความแตกต่างที่สำคัญของ Google TV จากนวัตกรรมคล้ายโทรทัศน์ เช่น YouTube คือ YouTube มีเพียง​ Format ที่คล้ายโทรทัศน์เท่านั้น แต่ Google TV เข้าแย่ง Channel เดียวกันกับโทรทัศน์เลย</p>
<p>ถึงจะอย่างไร ธุรกิจโฆษณาบน Internet ของประเทศที่พัฒนาแล้วล้วนมีรายได้ที่ทัดเทียมโฆษณาบนโทรทัศน์ หรือกระทั่งแซงไปแล้วเช่นประเทศอังกฤษ  โอกาสทางธุรกิจที่มี Potential มากที่สุดของ Google TV คือประเทศกำลังพัฒนาที่มี GDP และขนาดธุรกิจโฆษณาพอสมควร แต่มีความล้าหลังในการเข้าถึง Internet  สำหรับประเทศไทยแล้ว Google TV มีโอกาสทางการตลาดได้ถึง 75% ของประชากร คือกลุ่มที่ไม่สามารถเข้าถึง Internet  เปรียบเทียบกับเพื่อนบ้านที่ GDP ใกล้เคียงกันเช่นมาเลเซีย มีการเข้าถึง Internet ถึง 65% จึงเหลือตลาดอีกไม่มากสำหรับ Google TV</p>
<p>อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่ครั้งแรกผู้ประกอบการจากโลก Digital พยายามเข้าชิง Channel ของโทรทัศน์  ก่อนหน้านี้ Apple TV, Yahoo! TV Widgets, MSN TV, AOL TV ฯลฯ ล้วนเคยเป็นผู้ท้าชิงมาแล้ว  นวัตกรรมเช่น Google TV จึงไม่ใช่เรื่องใหม่ เพียงแต่เป็นครั้งแรกที่มีความพยายามโดยสื่อ Digital ยักษ์ใหญ่ที่มีรายได้หลักจากโฆษณาชนิดที่ Traditional Media ยังสะเทือน  อย่างไรก็ดี ครั้งนี้ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่ Google พยายามชิงพื้นที่ใน Traditional Media  ก่อนหน้านี้ Google Print Ads เคยพยายามขายโฆษณาบน วิทยุ หนังสือพิมพ์ และ นิตยสาร มาแล้ว</p>
<p>การทำสงครามแย่ง Channel ของ Traditional Media โดยผู้ประกอบการจากโลก Digital นั้นอาจยังไม่ใช่เรื่องง่ายในยุคปัจจุบัน แต่ด้วยแนวโน้มสากล ชัยชนะอาจเป็นเพียงเงื่อนไขของเวลาเท่านั้น</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://drjoke.com/google-tv-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ปิดกั้นสื่อ Internet ไม่ง่ายแต่ทำได้</title>
		<link>http://drjoke.com/%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad-internet-%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2</link>
		<comments>http://drjoke.com/%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad-internet-%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 21 Jun 2010 23:17:12 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Blogs]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[news]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://drjoke.com/?p=415</guid>
		<description><![CDATA[<p>โดย ดร. อธิป อัศวานันท์, บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)</p>
<p>เพื่อตีพิมพ์ลง หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ 1 มิถุนายน 2553</p>
<p></p>
<p>ในสังคมมนุษย์สงครามสื่อเป็นยุทธวิธีเพื่อให้ได้ชัยชนะโดยลดการสูญเสีย หรือพลิกสถานการณ์จากเสมอเป็นชนะ หรือแพ้เป็นเสมอ  ปัจจุบันเป็นยุค Long Tail  ด้วยเทคโนโลยี Internet ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>โดย ดร. อธิป อัศวานันท์, บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)</strong></p>
<p><strong>เพื่อตีพิมพ์ลง หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ 1 มิถุนายน 2553</strong></p>
<p><span id="more-415"></span></p>
<p>ในสังคมมนุษย์สงครามสื่อเป็นยุทธวิธีเพื่อให้ได้ชัยชนะโดยลดการสูญเสีย หรือพลิกสถานการณ์จากเสมอเป็นชนะ หรือแพ้เป็นเสมอ  ปัจจุบันเป็นยุค Long Tail  ด้วยเทคโนโลยี Internet มีสื่อน้อยใหญ่ผุดขึ้นทุกหนแห่ง  การควบคุมสื่อไม่ง่ายเหมือนอดีต  ถึงบุกยึดสถานีโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ และวิทยุก็ไม่สามารถควบคุมสื่อทั้งประเทศได้  ด้วยแนวโน้มสากลสื่อยักษ์ใหญ่แห่งอดีตล้วนหมดอิทธิพลดั่งตะวันชิงพลบ  สื่อ Long Tail เป็นทั้งปัจจุบันและอนาคต  ทำสงครามสื่อในยุค Internet ต้องเข้าใจกลยุทธ์และชั้นเชิงของสื่อออนไลน์</p>
<p>Internet เกิดขึ้น 50 ปีก่อนในนาม ARPANET เป็นเทคโนโลยีทางทหารที่ถูกทำลายไม่ได้จนกว่าอุปกรณ์ชิ้นสุดท้ายจะหยุดทำงาน  ปรัชญาคือการกระจายระบบควบคุมไม่ให้มีจุดอ่อนหรือจุดตายไม่กี่จุดที่ทำลายได้ทั้งระบบ  ผ่านมา 5 ทศวรรษได้ถูกต่อยอดเป็นการเผยแพร่ข่าวสารข้อมูลแบบ Social Media  ปัจจุบันมีผู้ใช้ 2,000 ล้านคน  ทุกคนเป็นสื่อได้หมด  ถึงจะเหลือผู้ใช้คนสุดท้ายการเผยแพร่ข้อมูลก็ไม่หมดไป  สื่อ 2,000 ล้านคนควบคุมยากกว่าสื่อโบราณที่มีเพียงหลักร้อย ควบคุม Internet โดยบริบูรณ์ต้องควบคุมผู้ใช้ 2,000 ล้านคน</p>
<p>สิ่งที่มนุษย์สร้างย่อมถูกทำลายได้โดยมนุษย์หากใช้กลยุทธ์และจิตวิทยามวลชน  ตามหลัก Power Law ถึงมีเว็บเพจบน Internet นับแสนล้านหน้า วีดีโอบน Youtube นับพันล้านคลิป ผู้ใช้บน Twitter นับร้อยล้านคน เพียงแค่เศษเสี้ยวของเว็บเพจ วีดีโอ หรือผู้ใช้เหล่านั้น จะมีผู้อ่าน ผู้ชม หรือผู้ติดตามเป็นส่วนมากของทั้งหมด  เปรียบเสมือนตัวอย่างที่ใกล้ตัว จังหวัดไม่กี่จังหวัดมีประชากรเป็นส่วนมากของประเทศ และประชากร 1% มีทรัพย์สินเป็นส่วนมากโลก  กลยุทธ์ที่สำคัญคือการเข้าใจ Assymetry หรือความอสมมาตรของมวลมนุษย์  เว็บเพจ วีดีโอ หรือผู้ใช้ Twitter ส่วนมากไม่มีความหมายเลย เช่นเดียวกับจังหวัดส่วนมากที่มีประชากรน้อย หรือประชากรส่วนมากที่ยากจน  ในอีกตัวอย่าง หากเรามอง เว็บ 2.0 Social Media หรือเว็บบอร์ดทั่วๆไป ถึงจะมีผู้ชมนับแสนหรือล้านต่อวัน เราอาจโชคดีหากได้เห็น 5% เขียนบทวิจารณ์กระทู้ หรือ 0.25% นำเสนอกระทู้ใหม่</p>
<p>ในหลักประชาธิปไตยประชาชนทุกคนมีเสียงเท่ากัน แต่บน Internet แล้วความอสมมาตรใหญ่หลวงนัก  ผู้ใช้หยิบมือเดียวมีคุณค่าทางอิิทธิพล และเป็นแกนนำด้านข่าวสารข้อมูล</p>
<p>จากเว็บเพจนับล้านหน้า วีดีโอนับล้านคลิป ผู้ใช้นับล้านคน การปิดกันสื่อทำได้โดยควบคุมเพียงเศษเสี้ยวของทั้งหมด  จริงอยู่สิ่งที่ไม่ได้ควบคุมสามารถสร้างความเสียหายต่อไปได้ แต่น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ เพราะไฟที่แผดเผาโดยแกนนำหนึ่งคนมีอำนาจเหนือละอองน้ำที่ระเหยจากคนอื่นๆนับร้อยนับพันเท่า  ชัยชนะในสงครามสื่อไม่จำเป็นต้องปิดกั้นโดยบริบูรณ์ซึ่งเป็นไปได้ยาก แต่การเข้าควบคุมศูนย์กลางอิทธิพลเพียงเศษเสี้ยวกลับสามารถควบคุมสื่อได้เกือบทั้งหมด</p>
<p>ถึงปรัชญาของ Internet คือการกระจายระบบควบคุม แต่เป็นพฤติกรรมและจิตวิทยามวลชนของมนุษย์ที่รวบรวมอิทธิพลประจวบเป็นจุดอ่อนหรือจุดตายไม่กี่จุด ที่สามารถควบคุม ปิดกั้น หรือทำลายได้ทั้งระบบ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://drjoke.com/%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad-internet-%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
