รถยนต์ติด 3G

สำหรับปีนี้ Consumer Electronics Show 2013 (CES-2013) ที่พึ่งจะผ่านพ้นไป ได้จัดขึ้นที่ Las Vegas, USA และมีการนำเสนอเครื่องใช้ไฟฟ้าสำหรับยุคต่อไป ที่จะสามารถเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตได้ (Smart Device) กล่าวคือ รถยนต์ หลอดไฟ เตาอบ ตู้ซักผ้า ตู้เย็น ฯลฯ สำหรับอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีนั้น CES เป็นหนึ่งในนิทรรศการที่มีความสำคัญสูงสุด มีการจัดขึ้นปีละหนึ่งครั้ง ทุกๆ ปี จะต้องมีการเปิดตัวสินค้าที่เป็นจุดเปลี่ยนของเทคโนโลยี สำหรับปีนี้ หนึ่งในจุดเปลี่ยนที่สำคัญคือการพัฒนาของอุปกรณ์จำพวก Smart Device ที่เพิ่มความหลากหลายจากเดิมที่มีเพียง Smartphone, Tablet, Smart TV, Smart Camera (Samsung Galaxy Camera, Nikon's Coolpix S800c) ฯลฯ Smart Device คืออุปกรณ์ที่สามารถเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตได้ และถือมากำเนิดมาจากทฤษฎีของคอมพิวเตอร์ที่มีอยู่ทุกหนแห่ง (Ubiquitous Computing) ทั้งนี้ Smart Device เริ่มได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย หลังจากยุคของ iPhone, iPad และ Android ซึ่งเป็นอุปกรณ์จำพวก Smartphone, Tablet และได้วิวัฒนาการเข้าสู่ Smart TV, Smart Camera ในเวลาต่อมา Smart Device มีการเติบโตควบคู่กับการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต โดยมีเทคโนโลยีไร้สายเช่น 3G และ WiFi เป็นปัจจัยสำคัญ ปัจจุบัน ในประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น สหรัฐ มีจำนวนของ Smart Devices มากกว่าจำนวนประชากร โดยคิดเป็น 1.35 เท่า ซึ่งแปลว่า สำหรับชาวอเมริกันหนึ่งคน จะมี Smart Device 1.35 ชิ้น

ดังที่ได้กล่าวถึงในเบื้องต้น ปีนี้ จำนวนของ Smart Device กำลังจะเพิ่มขึ้นอย่างเป็นทวีคูณ เมื่อ Smart Device ได้เพิ่มความหลากหลายโดยได้รวมถึงอุปกรณ์อื่นๆ เช่น รถยนต์ หลอดไฟ เตาอบ ตู้ซักผ้า ตู้เย็น ฯลฯ

CES-2013 ได้มีการเปิดตัวของ Smart Car หรือรถยนต์ติด 3G ที่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ต และงานใช้ App ได้ โดย GM และ Ford ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของสหรัฐ ซึ่งทั้งสองบริษัท ได้ประกาศที่จะเปิดให้บุคคลภายนอกเข้าไปพัฒนา App ได้ เช่นเดียวกับ App Store ของ iOS และ Google Play ของ Android โดย App สำหรับ Smart Car นอกเหนือจากการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต ยังสามารถที่จะควบคุมข้อมูลและกลไกต่างๆ ภายในรถ เช่น เครื่องยนต์ ประตู แอร์ น้ำมัน Location ฯลฯ โดยผ่านระบบปฎิบัติการของรถยนต์ (Operating System)

อย่างไรก็ดี อุปสรรคที่สำคัญ คือ Upgrade Cycle ของรถยนต์ มีความแตกต่างกับ Smartphones และ Tablets เพราะรถยนต์ในสหรัฐ มีอายุใช้งานกว่า 10 ปี ในขณะที่ Smartphone และ Tablet มีการซื้อเครื่องใหม่ที่รวดเร็วกว่ามาก ทำให้ผู้ใช้งาน Smartphone และ Tablet สามารถก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีได้ตลอดเวลา จึงเป็นที่มาของความแตกต่างระหว่าง GM กับ Ford ในรูปแบบของเทคโนโลยี สำหรับ GM การเชืี่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต และการประมวลผลข้อมูล จะกระทำโดยอุปกรณ์ที่ติดมากับรถ จึงอาจเกิดปัญหาของการตกรุ่นที่ได้กล่าวถึงแล้ว ส่วนสำหรับ Ford การเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต และการประมวลผล จะกระทำโดย Smartphone หรือ Tablet ของลูกค้า โดยเชื่อมต่อกับรถยนต์อีกทีหนึ่ง เพื่อลดความเสี่ยงจากการตกรุ่นของเทคโนโลยี

แต่ถึงกระนั้น ความพยายามที่จะเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตกับเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ก็ไม่ได้ประสบความสำเร็จเสมอไป โดยมี Smart TV เป็นตัวอย่างที่สำคัญ ในสหรัฐ มีโทรทัศน์ที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตทั้งทางตรงและทางอ้อมโดยผ่าน Set Top Box เป็น 29 เปอร์เซ็นต์ของโทรทัศน์ HDTV ทั้งหมด แต่กลับมีการใช้งานในส่วนของ Smart หรือส่วนที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตน้อยมาก เมื่อเปรียบกับ Smartphone หรือ Tablet ที่ทำให้เกิดการใช้งานอินเทอร์เน็ต และกระทั่งการเกิดของตลาด App ทั้งนี้ ผู้ใช้งานหลายคน ยังอาจไม่รู้เลยว่า โทรทัศน์ของตัวเองสามารถเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตได้ เหตุผลที่สำคัญ คือการใช้งาน App บน Smart TV ที่ยังอาจไม่สะดวกสบายเท่ากับ Smartphone หรือ Tablet และ การที่โทรทัศน์ เป็นประสบการณ์ระดับครอบครัว ในขณะที่ App ส่วนใหญ่ ยังเป็นประสบการณ์ส่วนตัว จึงอาจไม่เหมาะสมกับการใช้งานบนโทรทัศน์

สำหรับหลายท่าน ยังอาจสับสนระหว่าง Smart TV กับ Digital TV ที่กำลังจะมีการสัดสรรโดย กสทช ในขณะที่ Smart TV คือโทรทัศน์ที่เพิ่มความเป็น Interactive ผ่าน อินเทอร์เน็ต แต่ Digital TV คือโทรทัศน์ที่รับชมผ่านคลื่นความถี่ภาคพื้นดิน ไม่มีความเป็น Interactive แต่ใช้คลื่นความถี่ในระบบ Digital จึงสามารถมีจำนวนช่องมากขึ้น และมีช่องที่ เป็น HD

การเพิ่มความหลากหลายสำหรับ Smart Device ย่อมเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญ ที่จะทวีจำนวนขึ้นต่อไป แม้จะมีบางอุปกรณ์ ที่ยังหาจุดลงตัวไม่ได้ แต่ที่สำคัญ อุปกรณ์สำหรับใช้งาน 3G ในยุคต่อไป มิได้จำกัดอยู่เพียงแค่ Smartphone และ Tablet อีกต่อไป แต่จะวิวัฒนาการเข้าสู่ โทรทัศน์ กล้องถ่ายรูป รถยนต์ หลอดไฟ เตาอบ ตู้ซักผ้า ตู้เย็น และเครื่องใช้ไฟฟ้าอีกหลายๆ อย่าง ที่สามารถใช้ประโยชน์จากการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้

Published in Krungthepturakij on January 22, 2013