โทรทัศน์ ศูนย์รวมความบันเทิงในยุคดิจิทัล

การหลอมรวมของเทคโนโลยี (Technology Convergence) กำลังเปลี่ยนบทบาทของโทรทัศน์ เข้าสู่การเป็นศูนย์รวมความบันเทิงภายในบ้าน โดยอาศัยนวัตกรรมของกล่องรับสัญญาณ (Set-Top Box) ที่นอกเหนือจากวัตถุประสงค์หลักของการรับชมสัญญาณวีดีโอ ในระบบอนาล็อกหรือดิจิทัล ไม่ว่าจะผ่านคลื่นความถี่ภาคพื้นดิน ระบบดาวเทียม สายเคเบิล หรือกระทั่งอินเทอร์เน็ต ยังได้พัฒนาสู่การรับชมความบันเทิงในรูปแบบอินเทอร์แอคทีฟ ที่รวมถึงการรับชมวีดีโออย่างออนดีมานด์ เพลง วีดีโอเกมส์ และแอพพลิเคชั่นต่างๆ โดยอาจรวมไปถึงการใช้งาน Set-Top Box เป็นศูนย์รวมการควบคุมระบบต่างๆ ภายในบ้าน เช่น กล้องวงจรปิด แอร์คอนดิชั่นเนอร์ ระบบไฟ ฯลฯ นอกจากนี้ ยังมีวิวัฒนาการของสมาร์ททีวี (Smart TV) ที่เปรียบเสมือนเป็นโทรทัศน์ที่มาพร้อมกับ Set-Top Box ซ่อนอยู่ข้างใน ในปัจจุบัน Set-Top Box ที่มีอยู่แพร่หลายในประเทศไทย ย่อมหนีไม่พ้น Set-Top Box สำหรับรับสัญญาณวีดีโอผ่านคลื่นความถี่ภาคพื้นดิน ซึ่งต้องรวมถึงดิจิทัลทีวี ที่กำลังจะมีการประมูลในอีกไม่ช้านี้ และ Set-Top Box สำหรับรับสัญญาณวีดีโอผ่านระบบดาวเทียมและสายเคเบิล อย่างไรก็ดี Set-Top Box เหล่านี้ ที่มีอยู่อย่างแพร่หลาย เป็น Set-Top Box สำหรับรับชมวีดีโอแต่อย่างเดียว โดยขาดความเป็นอินเทอร์แอคทีฟ ที่จะได้มาจาก Set-Top Box ที่สามารถเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตได้ ที่กำลังเริ่มได้รับความนิยม ทั้ง Set-Top Box ที่เป็นกล่องจริงๆ และ Smart TV ที่เปรียบเสมือนมีกล่องอยู่ข้างใน

Set-Top Box สำหรับเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ที่ได้รับความนิยมในระดับโลก ได้แก่ Apple TV และ Roku โดยมีราคาตลาดที่ราว 100 ดอลลาร์ และสามารถใช้บริการเพื่อรับชมวีดีโออย่างออนดีมานด์ เพลง วีดีโอเกมส์ และแอพพลิเคชั่นต่างๆ สำหรับการรับชมวีดีโอออนดีมานด์ iTunes, Netflix, Amazon, Hulu ฯลฯ เป็นผู้ให้บริการเนื้อหาสำหรับ Set-Top Box เหล่านี้ และตามที่เคยได้กล่าวถึงในบทความก่อนหน้า มีผู้ใช้งานวีดีโอออนดีมานด์ของ Netflix ในสหรัฐมากยิ่งกว่าจำนวนผู้ใช้งานของ Comcast ที่เป็นผู้ให้บริการเคเบิลอันดับหนึ่ง

นอกจากนี้ ยังมีเกมส์คอนโซล ซึ่งเป็น Set-Top Box ที่สามารถเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตได้ เช่น Xbox 360 และ PlayStation 3 ถึงแม้จะมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อการเล่นเกมส์ แต่ยังสามารถใช้รับชมวีดีโอออนดีมานด์ ฟังเพลง และแอพพลิเคชั่นอื่นๆ ได้ ในเดือนที่แล้วยังได้มีการเปิดตัวของ Xbox One และ PlayStation 4 โดยได้เปลี่ยนวัตถุประสงค์หลัก สู่การเป็นศูนย์รวมความบันเทิงในยุคดิจิทัล และมิได้เน้นที่การเป็นเกมส์คอนโซลอีกต่อไป อย่างไรก็ดี Xbox One และ PlayStation 4 ได้ประกาศราคาที่ 500 ดอลลาร์ และ 400 ดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่า Set-Top Box เช่น Apple TV และ Roku อยู่มาก แต่ย่อมมีประสิทธิภาพในการเล่นเกมส์ที่เหนือกว่า โดยมีโปรเซสเซอร์และหน่วยความจำที่สูงกว่า

สำหรับ Smart TV ได้เคยกล่าวถึงอยู่หลายครั้ง ในบทความก่อนหน้า ซึ่งในอีกไม่กี่ปี จะเป็นโทรทัศน์ที่มีการซื้อขายเป็นส่วนใหญ่ของประเทศ และสามารถรับชมวีดีโอออนดีมานด์ ฟังเพลง เล่นวีดีโอเกมส์ และใช้แอพพลิเคชั่นต่างๆได้

Technology Convergence ที่กำลังเปลี่ยนบทบาทของโทรทัศน์ เป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับผู้ใช้งานในการบริโภคเนื้อหาผ่านโทรทัศน์ ซึ่งจากเดิมอาจมีแต่สัญญาณวีดีโอผ่านคลื่นความถี่ภาคพื้นดิน ระบบดาวเทียม และสายเคเบิล แต่ในปัจจุบันได้เพิ่มช่องทางของอินเทอร์เน็ต และได้เปลี่ยนบทบาทของโทรทัศน์ เข้าสู่การเป็นศูนย์รวมความบันเทิงภายในบ้าน แต่สำหรับผู้ผลิตเนื้อหาวีดีโอ สำหรับให้บริการผ่านคลื่นความถี่ภาคพื้นดิน ระบบดาวเทียม และสายเคเบิล ที่เป็นระบบเดิม อาจต้องเผชิญคู่แข่งใหม่ ที่ให้บริการในระบบอินเทอร์แอคทีฟผ่านอินเทอร์เน็ต และกำลังจะช่วงชิงหน้าจอโทรทัศน์ และช่วงเวลารับชมโทรทัศน์ ของผู้ใช้งาน

อย่างไรก็ดี Set-Top Box และ Smart TV สำหรับเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต มีการแตกกระจาย (Fragmentation) ของระบบ ในขณะที่ Smartphone อาจมีเพียง iOS และ Android ที่มีความสำคัญ แต่ Set-Top Box และ Smart TV มีอยู่มากมายหลายระบบ ทั้งยังมีความแตกต่างของโปรเซสเซอร์และหน่วยความจำ ที่ยังรวมถึงเกมส์คอนโซล อีกด้วย จึงเป็นอุปสรรคในการพัฒนาแอพพลิเคชั่นที่ใช้ได้กับทุกระบบ อีกประการหนึ่งที่สำคัญ คือ Set-Top Box และ Smart TV มีอายุใช้งานที่สูงกว่า Smartphone 2 - 3 เท่า Set-Top Box และ Smart TV ที่ใช้งานเกิน 5 ปี ย่อมไม่ใช่เรื่องแปลก ความแตกต่างของระบบเก่าและใหม่จึงเป็นอีกอุปสรรคในการพัฒนาแอพพลิเคชั่น

การเข้าถึงผู้ใช้งาน ยังอาจต้องได้ข้อตกลงทางธุรกิจกับเจ้าของระบบเพื่อแจกจ่ายแอพพลิเคชั่นลงไปยัง Set-Top Box และ Smart TV ต่างๆ ทั้งนี้ เนื่องจาก Set-Top Box และ Smart TV ส่วนมาก มิได้มี App Store หรือ Google Play สำหรับแจกจ่ายแอพพลิเคชั่นอย่างเป็นระบบ แต่กลับเป็น Gate Keeper ของระบบตัวเอง

อุปสรรคอีกประการหนึ่ง คือการที่ Set-Top Box และ Smart TV สำหรับเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต จำเป็นต้องอาศัยอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงอย่างมีสาย ที่อาจไม่ได้มีพัฒนาการที่รวดเร็วในประเทศไทย เช่นดัง อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงอย่างไร้สาย ที่รวมถึง 3G, 4G LTE ฯลฯ ความสำเร็จของโทรทัศน์ ที่จะเข้าสู่การเป็นศูนย์รวมความบันเทิงภายในบ้าน สำหรับประเทศไทย ยังอาจถูกจำกัดอยู่ในพื้นที่ที่พัฒนาแล้วเท่านั้น และอาจไม่ได้พัฒนาการอย่างรวดเร็วเท่ากับประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น สหรัฐ

Technology Convergence กำลังเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ในปัจจุบันย่อมปฏิเสธไม่ได้แล้วว่า โทรทัศน์ กำลังเปลี่ยนแปลงบทบาทสู่การเป็นศูนย์รวมความบันเทิงภายในบ้าน โดยอาศัยและ Set-Top Box ที่รวมถึงเกมส์คอนโซล และ Smart TV ที่สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต แม้เรื่องนี้ อาจไม่ได้รับความสนใจในประเทศไทย เทียบเท่ากับ การเปลี่ยนแปลงในระบบคลื่นความถี่ภาคพื้นดิน ระบบดาวเทียม และสายเคเบิล แต่เป็นอนาคตที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่โทรทัศน์จะเป็นศูนย์รวมของความบันเทิงในรูปแบบอินเทอร์แอคทีฟโดยอาจรวมไปถึงการเป็นศูนย์รวมการควบคุมระบบต่างๆ ภายในบ้าน

Published in Krungthepturakij on July 9, 2013